[CS]ใบสมัครคุณครูฝึกสอน

posted on 21 Jan 2009 09:30 by krong-lambo

 

1. ชื่อตัวละคร นพกร รัศมิ์อรุณ (นบ-พะ-กอน รัด-อะ-รุน)

ชื่อเล่น กร/กลอง

2. อายุ 23 ปี

3.วันเกิด 23 ม.ค.

4.ความสูง 175 ซ.ม

 

 

5. รูปพรรณสัณฐาน

เพศชายผอม หน้าตี๋คล้ายลูกคุณหนู ผมสีขาว(หงอก) ตรงซอยแต่ยุ่งเพราะขี้เกียจหวี ใส่แว่นเหลี่ยม (สายตาเอียง) ตาตี่ ผิวขาว หน้าดูมึนๆๆ เหมือนง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา

 

 

6. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของตัวละคร

- ชอบทำตัวสบายๆ

- เป็นพวกง่วงนอนอยู่ตลอดเวลาบางครั้งดูเหมือนหลับอยู่ แต่ที่จริงแล้วเพราะตาตี่เกินไป

- เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง เช่น อาบน้ำแค่ตอนเช้าครั้งเดียว  เป็นต้น (จะเรียกว่า ซกมก ก็ได้)

edit: ตอนนี้เขาถูกญาติตำหนิ เรื่องนิสัยการสระผม จึงเปลี่ยนเป็น ทุกๆ 2 ต่ออาทิตย์

- เขาจะล้างหน้าเป็นประจำหลังตื่นจากการนอนเล่น

- ชอบใส่สูทดำที่ดูเหมือนมาเฟียอยู่ตลอด

- เป็นคนคุยสนุกร่าเริงชอบยิงมุก

- ติดนิสัยการนอนตอน 6โมงเย็น แล้วตื่นเที่ยงคืนเพื่อปั่นงานก่อนการสอนและดูทีวี

- ชอบนอนก่อนเข้าสอน แล้วตื่นตอนก่อนเข้าสอนสัก 2 นาที (เพื่อเวลาล้างหน้าไว้แต่ไม่มีเวลาหวีผม)

- เวลาโกรธ พี่แกจะทำตาเจ้าเล่ห์ใส่ แล้วยิ้มแบบ...แกเสร็จแน่ หึๆ...ติดนิสัยชอบเรียกคนที่เด็กกว่า ว่า ไอ้หนุ่ม หรือ สาวน้อย (อันนี้น่าจะติดมาจากปู่)

- เก็บของไม่เป็นระเบียบ เช่น เวลาถือสมุดบันทึกคะแนนไว้..พอตัวเองจะนอนก็จะโยนไปที่ไหนสักแห่งในกองหนังสือ แล้วหลับแบบลืมโลกไปเลย

- ชอบทำหูทวนลม, เหม่อลอย และคุยกับตัวเอง

- มีความหน้าด้านเป็นพิเศษ

- มักลืมตัวว่าทำอะไรอยู่ เวลาคิดอะไรบางอย่างเพลินๆ

 

สิ่งที่ชอบ :

แผนที่โลก- เวลาที่เขาไม่หลับหรือเบื่อก็จะเอาแผนที่โลกมาจิ้มเล่น หรือถ้าไม่มีก็จะวาดเอง

หนังสือการ์ตูน- ติดนิสัยแบบเด็กๆที่ต้องอ่านการ์ตูนก่อนนอน และชอบพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอด เวลาคุมสอบก็จะเอาการ์ตูน ประมาณ 3-4 กองไปนั่งอ่าน

สุนัข- เป็นโรคจิตชอบแกล้งสุนัข ยิ่งเป็นสุนัขพันธุ์เล็กก็จะยิ่งชอบแกล้ง

ปู่- ตอนเด็กเวลามีเรื่องอะไรปู่จะจัดการให้หมด

 

สิ่งที่เกลียด :

พวกที่ฆ่าครอบครัวของเขา

อาหารหรือของที่มีกลิ่นฉุน- ทนไม่ได้กับกลิ่นเหม็นๆฉุนๆ

แมลงทุกชนิด- ตอนเด็กนอนอยู่แล้วมีแมลงตกใส่ปาก ทำให้กลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะมอง

แสงอาทิตย์- เป็นสิ่งเดี่ยวที่ทำให้เขาตื่นจากการนอนอันแสนสบายในยามเช้า

 

 

7. ความสามารถพิเศษ

- สามารถนอนได้ทั้งวัน

- สามารถโยงวิชาของตัวเองไป กับเรื่องอื่นได้หรือวิชาอื่นได้

- สามารถรับประทานอาหารได้เร็วมาก

- สามารถวาดแผนที่โลกได้แบบร่างๆๆ

- สามารถสอนวิชาประวัติศาสตร์ได้อีกนิดหน่อยด้วย

 

 

8. ประวัติชีวิตของตัวละครโดยสังเขป

ตอนเด็กเป็นน้องคนเล็กสุดในบ้านจึงถูกตามใจมากที่สุด ครอบครัวของ"กร" เป็นเจ้าพ่อที่ทรงอิธิพลมากที่สุดในประเทศ ชอบเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยมาก ทำให้เขาได้เห็นโลกกว้างตั้งแต่อายุยังน้อย

พออายุได้ 8 ขวบ พ่อส่งเขาไปอยู่กับปู่ที่อิตาลีเพื่อร่ำเรียนวิชาต่างๆ เขาเรียนดีมาจนได้พาสชั้นเร็วกว่าปกติ 3 ปี เขาเรียนจบ ม. ปลาย ที่อังกฤษ ตอนอายุ 16 ปี เขาตัดสินใจเขาเรียนคณะรัฐศาสตร์ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นปริญญาตรี และต่อปริญญาโทด้วยคณะภูมิศาสตร์ หลังจากจบโท ก็กลับมาไทยแต่แล้วก็พบว่า ครอบครัวของเขาถูกมาเฟียคู่อริฆ่า

เขาเสียใจมากจนไม่รู้ว่าจะทำไงดี...ข่าวรู้ไปถึงหูหัวหน้าแก๊งมาเฟียคู่อริว่า ลูกชายคนสุดท้ายของแก๊งคู่แค้นกลับมาแล้วจึงตามฆ่า"กร" แต่เรื่องการตายของครอบครัวเขา ก็ไปถึงลุงของเขาที่เป็นเจ้าพ่อมาเฟียอยู่ที่รัสเซียก่อน ลุงเขาจึงส่งมือปืนมือดี 2 คนมาปกป้องเขาในฐานะผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งคนต่อไปของมาเฟียไทย แต่สุดท้ายเขาก็หนีจากพวกมาเฟียทั้ง 2 ฝ่ายมา เป็นครูด้วยเหตุผลส่วนตัว

 

9. วิชาที่จะสอน สังคม ม.5

 

10. แนวทางในการทำงานของคุณ

เวลาสอนจะปรึกษานักเรียนก่อนว่าจะเรียนอะไรกัน พอตกลงได้แล้วก็ให้นักเรียนตอบคำถามเพื่อจะได้รู้ว่า ใครอ่อนใครเก่งในวิชานี้ แล้วก็ประเมิณว่า ควรสอนไง

เวลาสอนจะล้อหน้าตา และนิสัยนักเรียนเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับนักเรียน และพยายามสอนวิชาที่น่าเบื่อให้สนุกได้ โดยโยงกับวิชาอื่นด้วยไปพลางๆ

ชอบทำตัวเป็นกันเองกับนักเรียนสบายๆ

 

 

11. อื่นๆที่อยากเล่าแต่ไม่มีในหัวข้อ

- ชอบอ่านการ์ตูนด้วย

- มักจะนั่งเถียง (ชอบเอาชนะแต่ไม่เคยชนะ)

- ชอบไปค่าย

- ขี้แกล้งมาก

- เป็นพวกเกลียดชาวโลลิค่อน

- มักถูกเรียกว่า ตี่

- ความจำสั้น

- พกปืนที่เป็นของดูต่างหน้าครอบครัว ติดตัวไว้ตลอดด้วย

- มีเพื่อนสนิท 2 คน

- เป็นพวกใจอ่อน

- รักเสื้อสูทของตัวเองเป็นชีวิตจิตใจ เขาจะดูแลดีกว่าตัวเองซะอีก 

- ที่จริงแล้วตอนมาสมัครนั้นมีการส่งรายละเอียดที่อยู่ของพ่อแม่ แต่ความจริงแล้วมีการย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน โดยจะอยู่ตามบ้านเช่าต่างๆ 
 

- เรื่อง  ประวัติโดยย่อของลุง

                       

        ตอนแรกปู่ของกลองส่ง ลุงของเขาไปเรียนที่รัสเซีย ต่อมาลุงของกลองได้เข้าแก๊งค์ของคนรัสเซียด้วยคำชวนจากของหัวหน้าแก๊งค์  (หัวหน้าแก๊งค์เคยได้รับการช่วยเหลือจากลุงของกลอง ตอนที่เขาถูกพวกในแก๊งค์ทรยศ และไล่ฆ่า ลุงของกลองให้หอพักของเขาเป็นที่ หลบภัย)

 

         ดังนั้นลุงของกลอง จึงเริ่มจากเด็กส่งของ ขึ้นมาเป็นพวกลอบสังหาร จนถึงหัวหน้าแก๊งค์ย่อย เมื่อปู่ของเขารู้เข้าก็ส่งคนมาติดต่อกับลุงของกลอง อย่างลับๆ เพื่อวางแผนฆ่าคนระดับผู้บริหาร ของแก๊งค์ เพื่อให้ลุงของกลองได้ตำแหน่งหัวหน้าแก๊งค์มาให้ได้ ระหว่างนั้นลุงของกลองต้องฆ่าคนของปู่ไปมาก เพื่อพิสูจตัวเองว่า ไม่ได้เป็นสายลับจากตำรวจ หรือ แก๊งค์อื่น

 

------------------------------

 

            เขาใช้เวลา 15 ปีถึงจะได้เป็นตำแหน่ง รองหัวหน้าแก๊งค์ และทำให้ทุกคนเชื่อสนิทว่าไม่ได้เป็นสายลับ หลังจากหัวหน้าแก๊งค์คนเก่าตายไป คนในแก๊งค์เกือบทุกคนก็ลงมติให้ลุงของกลอง เป็นหัวหน้าแก๊งค์ (คนระดับผู้แก๊งค์ส่วนใหญ่ในตอนนั้นเป็นเด็กที่ลุงของกลองช่วยให้เลื่อน ตำแหน่งมา)

 

             หลังจากได้เป็นหัวหน้าลุงของกลอง เขาก็สั่งฆ่าพวกที่ไม่ยอมรับเขาจนหมด และเขาก็ซื้อ อาวุธสงคราม จากพวกนายพลที่เขาติดสินบน แล้วเอาไปขายให้กับพวกกลุ่มก่อการร้าย กลุ่มแบ่งแยกเชื้อชาติในแอฟริกา จนร่ำรวยและมีอิธิพล

 

-------------------------

 

- เรื่อง ประวัติของพ่อของกลอง

 

             พ่อของกลองนั้นเป็นลูกคนกลาง ตอนเขายังหนุ่มได้เป็นหัวหน้าแก๊งค์ย่อย ในแก๊งค์ ปู่ของกลอง เขาได้พบรักกับนักเรียนสาวไทยคนหนึ่ง ที่พ่อของเธอเป็นนายทหารยศสูง อยู่ที่เมืองไทย จนได้แต่งงานกันโดยที่ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบ (ในตอนนั้น พ่อของกลองใช้นามสกุลปลอม เพราะกลัวพ่อของฝ่ายหญิงรู้ว่าเป็นมาเฟีย)

                       

                พ่อของกลองเป็นคนรักสบาย และชอบยืนด้วยขาตนเอง จึงเรียนภาษาไทยแล้วไปตั้งหลักปักฐานอยู่ที่เมืองไทย และใช้ นามสกุล รัศมิ์อรุณ ซึ่งเป็นนามสกุลแม่ของกลอง (อัน นามสกุลของปู่กลองนั้น ก็เป็นที่ต้องการตัวของตำรวจสากลอยู่แล้วถ้าใช้ต่อไปคงจะไม่ดีแน่ ถ้าอยู่ที่เมืองไทย)

                       

                หลังจากนั้นก็เริ่มรับพรรคพวก ด้วยการซื้อใจ เช่น ติดสินบน ช่วยชีวิต จ้าง เป็นต้น โดยมีแม่กลองช่วยทำธุรกิจ บังหน้า เมื่อแม่ท้องพี่ของกลองได้ 3 เดือน ตาของกลอง ก็รู้เรื่อง กิจกรรมของแก๊งค์เข้า ในตอนแรก เขาคิดจะไล่พ่อของกลองออกจากบ้าน แต่กลัวว่าหลานออกมาแล้วจะไม่มี พ่อ จะเป็นปมด้อยเอา เขาจึงใจอ่อนและช่วยพ่อของกลองให้หนีพ้นจากการ ตามล่าของตำรวจไทย และ สากล

                      

                หลังจากพ่อของกลองตั้งตัวได้เขา ก็ค้าขายทั้ง อาวุธปืน และ ยาเสพติด จนมีอิธิพล

 

-----------------------------

 

                   ครอบครัวของพ่อกลองจะมีการติดต่อช่วยเหลือ หรือ ส่งข่าว หากันเป็นประจำทุกๆปี ทำให้คนในครอบครัวสนิทสนมกันเป็นอย่างดี

 

ป.ล. ครอบครัวของพ่อกลองนับถือ ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก

 

ป.ล. 2 กลองเป็นคนติดแม่ เขาจึงนับถือศาสนาพุทธ

 

-------------------------

 

Part B ภาค 1 สอนคาบแรก

 

เวลาราวๆตี 3 ครึ่ง ของวันเปิดเทอมวันแรกของโรงเรียนลูกบาศก์

มีแสงไฟออกมาจากเต้นท์กลางสนามโรงเรียน

 

"...อ่า...เราตายแน่เลย...อืม..ตายแน่..."

 

กลองครุ่นคิดกับตัวเองด้วยอารมณ์นิ่งๆ

ขณะที่กำลังหา แผนการสอน, รายชื่อนักเรียน, สมุดบันทึกคะแนน...

 

"ไม่เป็นไร ผ.อ. คงพูดประมาณเนี่ยมั้ง?..."

"คงไม่ว่าอะไรเรา ฮาๆ..."

 

กลองปลอบใจกับตัวเองทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่า ต้องโดนตำหนิ..

 

กลองบ่นพึมพำกับอยู่กับตัวเองได้สักพัก ก็เริ่มง่วง

จึงยื่นมือไปหยิบกองหนังสือที่กระจายอยู่ทั่วเต็นท์มากองหนึ่ง

แล้วโน้มตัวลงนอน.....

 

...อ๊าก!!...อย่าทำชั้นเลย ชั้นมีลูกเมียนะ...

หือๆ...แม่..แม่หนูเป็นอะไร..ตื่นสิแม่..หือ...ตื่นสิ

ไม่นะ...บ้านชั้น...อย่าเผาบ้านชั้น..กรี้ด!!!

 

-------------

 

เฮือก!!...ผมสะดุ้งตื่นจากความฝันในมือ

กำปืนที่วางอยู่ข้างๆไว้แน่นตามสัญชาติญาณ...

 

"อา..ฝันแบบเดิมอีกแล้วเรา...สงสัยคิดถึงปู่มากไป"

กลองคิดระหว่างที่เอามือปาดคราบน้ำลายและดูนาฬิกาข้อมือ...

 

...7 โมงครึ่ง...

"โอ้...วันนี้เราขยันจริงๆตื่นเช้ากว่าปกติ ฮาๆ..."

 

กลองหยิบผ้าขนหนูกับยาสีฟันเดินตรงไปที่ห้องน้ำที่อยู่ห่างออกไป 10 เมตร...

 

...20นาทีผ่านไป...

 

กลองออกจากห้องน้ำโดยผูกผ้าเช็ดตัวไว้ที่เอวแล้วเดินกลับเต็นท์...

ในตอนนั้นนักเรียนก็เริ่มมาโรงเรียนแล้ว...

มีแต่คนส่งสายตามองมาที่ผมเหมือนเห็นตัวประหลาด...

 

"มองทำไมฟะ...ไม่เคยเห็นคนไง..."

 

กลองคิดแล้วก็นึกอะไรบางอย่างออก

 

"ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนี่นา..."

 

กลองจึงเดินไปซื้อขนมปังที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ ร.ร.

มานั่งกินหน้าประตู ร.ร.

 

...อีก 10 นาทีถัดมา...

 

"อ่าว..ยังไม่ได้แต่งตัวนี่หว่า..."

 

กลองพูดกับตัวเองแล้วเดินกลับเต็นท์ไปแต่งตัว...

 

หลังจากนั้นผมก็หยิบทุกอย่างพร้อมที่จะดำเนินการสอน

(ของที่ผมเตรียมไปมีปากกา ปืน สมุดบันทึกคะแนน รายชื่อนักเรียน แผนการสอน

ป.ล. เจอพวกเอกสารที่ใช้ประกอบการสอนเพราะเมื่อคืนหยิบมาหนุนเป็นหมอน)

 

 

--------------

 

 

กลองเดินมาถึงหน้าห้องเรียนแล้ว...

 

กลองรู้สึก..ตื่นเต้นมาก เพราะไม่รู้จะเจอนักเรียนพรรค์ไหน?

 

ปัง!!...

ผมเสียงเปิดประตู

ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผม...

มีเสียงพูดคุยเบากันเป็นกลุ่มๆ กระจายไปทั่วห้อง

 

"ตาตี่จัง นี่เหรอครู ชั้นเจอเขาตอนเช้าด้วยล่ะ"

 

กลองหยิบชอล์กแล้วเขียนชื่อบนกระดานดำ

 

"นพกร รัศมิ์อรุณ"

"หรือจะเรียกสั้นๆว่า ครูกลอง ก็ได้นะครับ ผมมาสอน วิชาสังคม ม.5"

"เอาล่ะมีใครมีคำถามอะไรบางไหมครับ"

 

กลองพูดพลางกวาดสายตาไปทั่วห้อง

.....

...

เงียบ

 

"ไม่มีเลยเหรอ ? งั้นผมจะถามเองล่ะกัน ไอ้หนุ่มตรงนั้นน่ะ..."

 

กลองชี้ไปที่หนุ่มที่แต่งตัวแบบแหกคอกที่สุด...

 

"ครับ..มีไรครับ"

 

เขามองด้วยสายตามีเล่ห์นัย

 

"เธอชื่ออะไร?"

กลองถาม

 

"ปรเมศ ภูเตศวร เรียกว่า ภู ก็ได้ครับ"

ภูตอบ

 

"ไอ้หนุ่มอย่างนายน่ะ น่าจะอ่านการ์ตูนนะ รู้จัก รีบอร์นมั้ย?"

กลองถาม

 

แววตาของ ภู เริ่มสนใจ

"ครับ ผมอ่านสนุกดีเหมือนกัน...."

ภู ตอบ

 

..อา...พวกเดียวกันนี่หว่า...

กลองคิดและยิ้มเล็กๆ

 

"เอ้า งั้นในห้องนี้มีใครสนใจเรื่อง การ์ตูนอีก?"

 

หลายคนในห้องยกมือ

 

กลองก็เริ่มเข้าเรื่องเลย

 

"งั้นใครรู้..บ้างว่า การ์ตูนญี่ปุ่นที่เราอ่านมาจากไหน?"

(ดัน..พูดคำตอบไปโดยไม่รู้ตัว..- -"ใช้ไม่ได้เลยไอ้ลูกคนนี้)

 

"อ่าว...ก็ญี่ปุ่นไงครับ"

ภูตอบ

 

"ไอ้หนุ่มนายนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆนะเนี่ย"

กลองพูดอย่างชื่นชม

 

"ระ..เหรอ ครับ"

ภู ตอบรับด้วยอาการมึนพอๆ กับคนสอน

 

 

---------

 

"แล้วนักเรียนรู้ไหมว่าญี่ปุ่นมีอยู่สี่เกาะหลักคือ ฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู ชิโกกุ"

 

"เฮ้...ไอ้หนุ่มที่นั่งเหม่ออยู่นั้นนะใคร? "

กลองถาม

 

"ผะ..ผมเหรอครับ "

เค้าตอบด้วยน้ำเสียง เหมือนกัดฟันพูด

 

"ใช่..ไอ้หนุ่ม บรูซ ลี นั้นน่ะ นายเลยไม่มีเหมือนใครหรอก "

กลองพูดตามลักษณะหน้าเขา

 

"รักษ์ เสถียรลีลาลาศ ฟาน ครับ "

ฟานตอบ

 

"โอเค...พ่อหนุ่ม บรูซ ลี ไหนลองบอกสิ ว่า ญี่ปุ่น มีอยู่กี่เกาะหลัก? "

กลองถาม

 

"สี่เกาะ ครับ"

ฟานตอบอย่างเหนื่อยๆ

 

"อา..ดีมาก..ขนาดเกิดที่จีนแผ่นดินใหญ่ยังรู้เลย "

ผมพูดออกไปโดยที่คิดว่าเขาเป็น บรูซ ลี จริงๆ

 

"ขะ..ขอบคุณ ครับ "

ฟาน พูดด้วยอาการเขิน

 

"งั้นเรามาต่อกันเลย.... "

"ญี่ปุ่นแบ่งเขตการปกครองเป็น 8 ภาค 47 จังหวัด"

แปด ภูมิภาคมีชื่อคือ

1. ฮอกไกโด

2. โทโฮะกุ

3. คันโต

4. จูบุ

5. คันไซ

6. จูโงะกุ

7. ชิโกะกุ

8. คิวชู และ โอกินะวะ

(โอกินะวะอยู่ทางใต้สุดในแผนที่เขาตัดมาจึงรวมกันเป็นภูมภาคเดียวกัน)

กลองวาดขึ้นมาบนกระดานอย่างร่างๆ (เอารูปมาจากวิกิพีเดียครับ ละเอียดดีครับ)

 

"ตำแหน่งที่ตั้งของสี่เกาะ ล้อมรอบด้วยทะเลทั้งสิ้น 5 ทะเล คือ"

1. ทะเลโอค็อตสก์ ทางตอนเหนือ

2. ทะเลญี่ปุ่น ทางตะวันตก

3. ทะเลจีนตะวันออก ทางตะวันตกเฉียงใต้

4. ทะเลฟิลิปปินส์ ทางตอนใต้

5. มหาสุทรแปซิฟิก ทางตะวันออก

"นอกจากนี้แล้วญี่ปุ่นยังยากต่อการเพาะปลูก และอยู่อาศัยอีกด้วย เพราะร้อยละ 70 ของประเทศเป็นภูเขา เป็นเหตุที่ทำให้เมืองส่วนใหญ่มีประชากรหนาแน่น"

"โดยเฉลี่ยแล้วมีใต้ฝุ่นพัดเข้าใกล้หมู่เกาะญี่ปุ่นปีละ 11 ลูก และมีแผ่นดินไหวรุนแรงอยู่บ่อย ด้วยเหตุที่เป็นที่ตั้งอยู่ในบริเวณ วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเป็นรอยต่อ หรือ ช่องว่าง ของเปลือกโลก 3 แผ่น"

กลองอธิบาย

 

 

-------------

 

"แฮ่กๆ.."

กลองหอบ เพราะพูดเร็วเกิน

 

"อืม..ไอ้หนุ่ม บรูซ ลี ไหนตอบอีกสิ? ว่า ญี่ปุ่นโดดเด่นเรื่องอะไร?"

กลองพยายามพักเหนื่อย โดยที่ให้ฟานตอบคำถาม

 

"อุสาหกรรม...ครับ"

ฟานตอบแบบไม่ลังเลใจ

เพราะเขาได้ดูสารคดีเกี่ยวกับญี่ปุ่นหลายเรื่อง

 

"งั้นมาต่อกันเลยครับ..."

"ญี่ปุ่นถือเป็นชาติชั้นนำทางด้านอุตสาหกรรมของเอเชีย มีเมืองหลวงเก่าชื่อ เกียวโต แล้วหลังจากนั้นก็ย้ายมาเป็นที่ เมืองเอะโดะ หรือเมืองโตเกียว ในสมัยเอะโดะ...เข้าใจ๊!! "

 

กลองพูดอย่างเร็ว

 

---------

 

 

"ครู ค่ะ สมัยเอะโดะคือช่วงไหนเหรอ ค่ะ? "

มีเสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น

 

"แล้วหนูล่ะชื่ออะไร? "

กลองถามกลับ

 

"ภัสษประภา ประสานคุณ" ขนุน ค่ะ

ขนุนตอบ

 

"แหมๆ...ชื่อน่ากินดีนะครับ สงสัยตอนเด็กตัวอ้วนเป็นขนุน ล่ะสิท่า..ฮาๆ "

กลองล้อชื่อ เธอ

 

"เปล่าค่ะ "

ขนุนแก้ด้วยหน้าที่แดงก่ำ

 

"เหรอครับ ฮาๆ เอะโดะอยู่ในช่วง พ.ศ.2143-พ.ศ.2410เป็นยุดที่ ปกครองโดยโชกุนตระกูลโตกุกาวะ ช่วงยุคนี้เกิด ปัญหาขึ้นมากมายทั้งในและนอกประเทศ เมื่อจบยุคเอะโดะ ในปี พ.ศ.2410 เมืองเอะโดะ จึงถูกเป็นชื่อเป็นโตเกียว ในสมัยถัดมา นั้นคือ สมัยเมจิ...ครับ "

 

กลองอธิบายอย่างเร็วๆ

 

"แล้วสมัยเมจิเป็นไงต่อเหรอ คะ? "

ขนุน ถามกลองต่อ

 

---------

 

 

"ถ้าให้ผมอธิบายหมดทุกยุคเราคงต้องเรียนกันทั้งวัน อ่ะนะ ครับ เอาเป็นว่าตอนนี้ญี่ปุ่น อยู่ในยุคเฮเซ ซึ่งแปลว่า "สงบสุขทุกสารทิศ" ครับ "

 

กลองบ่นพร้อมกับอธิบายต่อ

 

"เท่านี้ก็คงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าผมจะสอนเรื่องอะไร? "

กลองถาม

 

"ประวัติศาสตร์ ใช่ไหม คะ?"

นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้น

 

ผมก้มลงมองรายชื่อ

"เหมือนฝัน ปัณฑารีย์" อืม..ชื่อแปลกดีจัง

กลองคิด

 

"ก็..ไม่เชิงนะครับ อันที่จริง สังคม ม.5 ผมต้องสอน ภูมิศาสตร์ กับ เศรษฐศาสตร์ แต่ผมอยากสอน

ประวัติศาสตร์ มากกว่าเศรษฐศาสตร์ ซะอีก เอาล่ะ...สรุปคาบนี้เราก็เกริ่นด้วย ภูมิศาสตร์ ไปก่อนสักเล็กน้อย นะครับ "

 

กลองสรุป

 

--------

 

"คราวหน้าเราจะเรียนอะไรดีนะ? "

กลองถาม ก่อนที่จะก้มลงไปมองกระดาษอีกครั้ง

 

"เอ้า "รวิระ วิญญรักษา" ช่วยตอบครูหน่อย "

กลองสุ่มนักเรียนมาหนึ่งคน

 

"ผมอยากเรียน เศรษฐศาสตร์ ครับ "

ธูปตอบ

 

"ทำไมล่ะ เศรษฐศาสตร์ น่าเบื่อนะ "

กลองพยายามจะเปลี่ยนใจเขา

(ตัวกลองเองก็ไม่ค่อยชอบ เศรษศาสตร์ เพราะข้อมูลมักจะมีการเปลี่ยนบ่อย)

 

"เพราะผมไม่อยากทำอะไรแล้วขาดทุน ครับ "

ธูปตอบอย่างหนักแน่น

 

มีเหตุผลดีนี่หว่า...

กลองคิด

 

"งั้นคราวหน้าเรียน เศรษฐศาสตร์นะทุกคน~ "

กลองเถียงไม่ออก

 

เหงื่อเริ่มไหลที่หน้าของกลอง เพราะใกล้พักเที่ยงแล้ว

กลองยกมือขวาขึ้นปาดเหงื่อ

 

นักเรียนเริ่มอมยิ้มและขำเบาเมื่อมองกลอง

 

"งั้นครูไปล่ะนะ "

กลองพูดอย่างไม่สนใจเสียงหัวเราะ

 

"อา...จบซะทีสอนเด็กนี่มันเหนื่อยจริงๆ "

กลองบ่นกับตัวเองแล้วก็ยืนงีบอยู่ข้างประตูห้องเรียน

 

 

-----------------------------------

 

 

Part B ภาค 2 เยี่ยมห้องพักครู

 

โอยยย...เราหลับไปตั้งแต่เมื่อไร?

กลองพูดพลางยกนาฬิกาข้อมือที่อยู่มือซ้ายขึ้นมาดู

 

....~14 นาฬิกา~...

 

"อ่าว...พักแล้วนี? "

กลองพูดพร้อมกับคิดว่าจะเดินไปที่ห้องพักครู

 

"อืม...แล้วไอ้ห้องพักครูมันอยู่ไหนน่ะ? "

กลองถามตัวเอง

 

ทันใดนั้น

มีชายร่างสูงคนหนึ่งเดินมา

 

"เฮ้ๆ...ไอ้หนุ่มหยุดก่อนพาครูไปห้องพักครูหน่อยดิ "

กลองพูดออกไปโดยนึกว่าเป็นนักเรียน

 

"อะ...อะ..เอ่อ "

เค้าพยายามพูด

 

"เอาน่าๆ...นำไปสิ "

กลองพูดแทรก

 

"คะ..คะ...คือผมเป็น "

เค้าพยายามอธิบายอะไรบางอย่าง

 

"เอาเร็วๆ..อย่ามัวอึ่ง..นำไป "

กลองพูดอย่างไม่สนอะไรทั้งสิ้น

เพราะในหัวเขาคิดถึงแต่เรื่องจะได้นอนห้องแอร์

 

ตึก..ตึก...เขาเดินนำไปที่ห้องพักครู

 

 

-----------

 

 

...ผ่านไป 5 นาที...

 

"นี่ครับ...ห้องพักครู "

พอพูดเสร็จเค้าก็เปิดประตู

 

"อ่าว...สวัสดี ครับครูสายฟ้า!! "

ครูคนหนึ่งพูดขึ้น

 

"สวัสดีคร้าบบ~ "

ครูสายฟ้าตอบ

 

"อ่าว...พวกคุณทั้งคู่เป็นครูหรอกเหรอ? คนหนึ่งทำตัวยังกับเด็ก...อีกคนก็แต่งชุดนักเรียน" (- -")

กลองถามอย่างสงสัย

 

"ครับ คร้าบบ~ "

ทั้งคู่ตอบ

 

"งั้นก็ขอโทษด้วยนะครับที่แนะนำตัวช้าไปหน่อย ผมชื่อ "นพกร รัศมิ์อรุณ" เรียกว่า กลอง ก็ได้ครับ จะมาสอนวิชาสังคม ม.5 ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ "

 

กลองแนะนำตัวพลางก้มเล็กน้อย

 

"ผมชื่อ "จอมฟ้า มาฆะ" เรียก สายฟ้า จะดีกว่านะครับ สอน วิชาฟิสิกส์ ครับ "

สายฟ้าทักทายตอบ

 

"อา...วิชา ฟิสิกส์ ตอนผมเรียน ผมแทบจะไม่เคยผ่านการสอบเลย อืม..พูดแล้วก็คิดถึงนะครับเนี่ย "

 

กลองนึกถึงความหลังพลางยิ้มเล็กๆ

 

"แหม...ทำเป็นคนแก่ไปได้เอาแต่พูดเรื่องความหลัง "

ครูสายฟ้าแซว

 

"เออ..แล้วนี่คุณอายุเท่าไรเนี่ย? "

ครูอีกคนถาม

 

"ผมอายุ 23 ครับ แล้วคุณล่ะครับชื่ออะไร "

กลองตอบพร้อมกับถามกลับทันที

 

"ผมชื่อ "เมษา อนันตเวทย์ แม๊คโดเว็ล" หรือ เล ครับ สอน วิชา สังคม ม.4 ครับ "

ครูเลตอบ

 

"แล้วคุณ ทำไฮไลผมเป็นสีขาวทำไมล่ะครับ "

ครูเลถามต่อ

 

"อ้อ..ไม่ได้ไฮไลครับ มันเป็นเองครับ สงสัย ไม่ค่อยได้ซักผม ล่ะมั้งครับ "

(กลองจะพูด คำว่า สระผม เป็น ซักผม ป.ล.ไม่รู้ว่าติดมาจากใคร)

กลองพูดอย่างหน้าตาเฉย

 

"ระ..เหรอครับ แล้วหน้าไปโดนอะไรมาล่ะครับขาวเชียว "

ครูสายฟ้าถาม

 

"อะ..อะไรเหรอครับ "

กลองเอามือลูบหน้าแล้วยกขึ้นดู

 

"อ้อ...สงสัยจะเป็นชอล์กมั้งครับ พอดีในห้องเรียนมันร้อนน่ะครับ หงื่อมันไหล...ผมเลยเอามือเช็ดหน้า น่ะครับ "

 

กลองตอบด้วยหน้าตาและน้ำเสียงนิ่งๆ

 

"แล้วไม่เช็ดเหรอครับ "

ครูเลถาม

 

"ครับๆ เดี๋ยวเช็ดครับ ว่าแต่คุณชอบประวัติศาสตร์ไหมครับครูเล "

กลองเปลี่ยนเรื่อง

 

"อืม...ก็ชอบครับ "

ครูเล

 

"จริงเหรอครับ ยุคไหนเหรอครับ ผมชอบยุคกรีก-โรมัน กับยุคมืดครับ "

กลองพูดอย่างสนใจ

 

"อะ..อะ..เอ่อ..ผม "

ครูเล กำลังจะตอบ

 

"อา...ง่วงแล้วสิเรา "

กลองพูดขึ้นโดยที่ลืมไปว่าตัวเองได้ถามครูเลไว้

 

 

-------------

 

 

ปัง!!...

เสียงเปิดประตูดังขึ้น

 

"อ่าวมาพอดีเลยครูปราชญ์ "

ครูสายฟ้าร้องเรียก

 

"คะ..ครับมีอะไรครับ"

ครูปราชญ์ตอบรับ

 

"นี่ครูปราชญ์ ครับ สอนวิชาภาษาไทย"

"สวัสดีครับ..ผมกลองครับ จะมาสอนวิชาสังคม ม.5 ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

กลองแนะนำตัวอีกครั้ง

 

"โอ้...วิชาภาษาไทยนี่ล่ะครับตัวดีเลย"

"ที่ทำให้เกรดผมตก ผู้คนส่วนใหญ่มักพูดผิดน่ะครับ ว่า ภาษาแม่เรานั้น ง่าย"

"ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า มัน มหาหินเลยล่ะครับ "

 

กลองบ่น

 

"ระ..เหรอครับ"

"แล้วหน้าไปโดนอะไรมาเหรอครับ?"

ครูปราชญ์ตอบและถามกลับ

 

"อ้อ...ชอล์กเขียนกระดานน่ะครับ"

"เดี๋ยวผมก็เช็ดมันเองล่ะครับ"

กลองตอบ

 

"หาวว...ง่วงจริงๆนะครับเนี่ย"

"มีโต๊ะว่างบางไหมครับ"

กลองหาวแล้วถามหาที่นอน

 

"ทางโน้นครับ"

ครูสายฟ้าชี้ไปทางโต๊ะที่แอร์ตกพอดี

 

"ครับ...ขอบคุณครับ"

"งั้นผมขอตัวนะครับ"

กลองพูดแล้วเดินไปที่โต๊ะนั้น

 

กลองหยิบปากกาขึ้นมาแล้วเขียนว่า

"สวัสดีครับ ผม นพกร รัศมิ์อรุณ เรียกว่า กลอง ก็ได้ ผมจะมาสอนวิชาสังคม ม.5 ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

 

หลังจากเขียนเสร็จเขาก็เอาสมุดวางทับส่วนบนไม่ให้ปลิวแล้วก็ฟุบลงนอนบนสมุดทันที

 

ป.ล. เขาหลับไปโดยไม่ได้เช็ดหน้า

 

 

The End จบจ้า Fin

-------------------------------------------------

 

ผู้ปกครอง : เหนื่อยมากๆเลยครับ ขอหลับเป็นเพื่อนเขาหน่อยล่ะกัน คร่อกฟี้~~

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อูอา มิสเตอร์ซกมก ดูคาแรกเตอร์แล้วชิวดีจังค่ะ มาแหวกอีกคนแล้ว

ขอติงนิดตรงเรื่องสระผม ไม่เคยลองเว้น 2 อาทิตย์คงบอกไม่ได้ แต่เมืองไทยนี่สีฯว่าเว้นแบบนั้นหัวคงเหนียวน่าดู คนน่าจะมองออกนะคะว่าหัวไม่สระ หรือยกเว้นคนๆนั้นมีลักษณะพิเศษเหงื่อไม่มีกลิ่นไม่ออก 2 อาิทิตย์ไม่สระผมก็ยังดูปกติ ไม่งั้นไว้ทรงแบบสกินเฮด ตัดสั้นมากๆไปเลยน่าจะดูสมจริงกว่า

อีกข้อนึงเรื่องเว้นวรรคฟิค อาจจะเป็นสไตล์ แต่อ่านลำบากไปหน่อยค่ะ เว้นบรรทัดถี่ไฟน่ะ บางทีประโยคใน " " ยังไม่จบก็เคาะแล้วทั้งๆที่ที่ว่างยังมี แล้วก็เม้นในส่วนภาษาอีกนิดนึงว่า น่าจะเพิ่มคำบรรยาย ความคิด ลักษณะ ภาพรวมอะไรอีกสักหน่อยค่ะ ยังอ่านแล้วไม่เห็นภาพเท่าไหร่

อ่านถึงตรงนี้ ผปค. อาจเหงื่อตกแล้ว แต่ก็ขอให้พยายามเข้านะคะ พวกเราอาจจะดูสตริกในการรับคนเข้าสักหน่อย แต่รับประกันว่าน่ารักใจดี(พูดได้อย่างน่าไม่อาย) เวลาคอมเมนต์เราดูกันจริงจัง แต่ใช่ว่าต้องเห็นตามที่เราว่าเสมอไป ถ้าคิดต่างเห็นต่างเราคุยกันได้นะคะ

หวังว่าเราคงจะได้เข้ามาอยู่ร่วมโครงการกันจ้า

สีฯ ผปค น้องบูม

#1 By Boom on 2009-01-21 11:06

แปลกมากจนรู้สึกสะดุดเลยค่ะ ตรงนี้
การสระผม จึงเปลี่ยนเป็น ทุกๆ 2อาทิตย์ แต่ประวัตินั้นเขียนว่า

แต่เวลาเขาไปไหนมาไหนไม่เคยมีใครดูออกว่า...เขานั้นซกมก...

ดูไม่้ออกว่าซกมก?

แปลกค่ะ เพราะการที่ไม่สระผม 2 อาทิตย์นั้นจะต้องหัวเหนียว ผมมันเยิ้มอย่างเห็นได้ชัด และจะมีฝุ่นหรือรังแคเกาะให้เห็นที่เส้นผมได้ง่าย ซึ่งลักษณะที่กล่าวมาจะปรากฎแก่สายตาผู้พบเห็นได้ชัดเจน
มันจะดูไม่ออกว่าซกมกนั้นแปลกมากค่ัะ
และเมืองไทยนั้นเป็นประเทศอากาศร้อน หรือถึงตอนนี้จะหนาวหน่อยก็ตามแต่ไม่ใช่อากาศแบบเมืองนอก พออากาศร้อนนั้นยิ่งทำให้เห็นผมมันเยิ้มหัวเหนียวชัดเจนเลยค่ะ จะบอกว่าดูไม่ออกว่าซกมกมันขัดกับหลักความเป็นจริงไปค่ะ

และลักษณะทรงผมของครูกลองนั้น จากประโยคนี้
ผมสีขาว(หงอก) ตรงซอยแต่ยุ่งเพราะขี้เกียจหวี แสดงให้เห็นว่าผมครูกลองไม่ใช่ทรงสกินเฮดแต่เป็นทรงที่มีเส้นผมพอจะทำให้เข้าใจว่าหัวมันเยิ้มได้ค่ะ

เพราะงั้นลองปรับตรงจุดนี้ดูนะคะ big smile
ปรับแก้กันไปค่ะ

#2 By สะเงาะสะแงะ on 2009-01-21 11:09

อ้าว เมนท์ซ้ำกับแม่บูมเรื่องผมซะแล้วwink ยังไงก็ลองปรับแก้ดูนะคะ

#3 By สะเงาะสะแงะ on 2009-01-21 11:14

ใช่ครับ มีแค่ทรงนักเรียนเท่านั้นล่ะครับ ที่มันจะไม่มันเยิ้ม
หรือเราจะได้ศาสดาจารวิชาปรุงยา -*-

#4 By foxbeta on 2009-01-21 21:33

ฟังดูซกมกจริงๆล่ะค่ะครู เป็นตัวละครที่อืม...น่าสนใจดีนะคะ
แต่เรื่องผมเห็นด้วยกับ #1 และ #2 ค่ะ เว้นสองวันในประเทศไทยก็เหนียวแล้วค่ะ(อีกอย่าง โรงเรียนอยู่ติดทะเลด้วยค่ะ) คันด้วย(เข้าค่ายได้ประสบการณ์มาแล้ว)และคงจะดูง่ายด้วยค่ะว่าไม่ได้สระ

แหะๆsad smile
แต่ยังไงก็ขอต้อนรับค่ะ ครูกลอง

#5 By everine on 2009-01-21 22:09

ตกลงชื่อ นบ-พะ-กน หรือ นบ-พะ-กอน เหรอคะ?

#6 By - な み だ の 風 - on 2009-01-21 23:03

ครูสอนสังคม แฟนตาซี พอๆกันทั้งคู่เลย
กินกันไม่ลง

สงสัยเรื่องผมขาวน่ะค่ะ
ว่าขาวล้วนทั้งหัว หรือ ผมดำแต่แซมขาวเป็นกรรมพันธุ์
เพราะว่าถ้าผมขาวล้วน แล้วแถมผิวยังขาวจัด
นี่ทำให้คิดได้ว่ากลองเป็นโรคทางพันธุกรรม
ที่เรียกว่า ผิวเผือก หรือ albinism
แต่ผมขาวล้วนเฉยๆนี่ไม่เคยเห็นว่ามีอยู่จริงนะคะ
ยังไงลองชี้แจงดูอีกทีนะคะ

อาทักเท่านี้ก่อนละกันค่ะ
ผปค.หมอโชคค่ะ

#7 By mutsuki on 2009-01-22 01:02

อา...ผมของเจ้ากลองมันขาวเกือบทั้งหัวครับsad smile

#8 By krong&lambo on 2009-01-22 12:58

#8 งั้นหมายถึงว่าเป็นโรคผิวเผือกหรอครับ
ยังไงชี้แจงให้เคลียร์ไปดีกว่านะ

หรือถ้าไม่มั่นใจว่าจะสามารถเขียนเป็นคนผิวเผือกได้จริงไหม ก็ถอยมาเขียนเป็นแค่มีแซมขาวไปบ้าง จะปลอดภัยต่อความสมจริงของตัวละครดีกว่าครับ

#9 By ร.ร.ล.บ. on 2009-01-22 15:56

เอ่อ..หมายถึงไม่ได้เป็นโรคผิวเผือกครับ
แค่มีผมขาวแซมออกมา เยอะครับsad smile

#10 By krong&lambo on 2009-01-22 17:46

ส่วนเรื่องการสระผม เปลี่ยนไปเป็นทุกๆ อาทิตย์
แทนแล้วนะครับ จะได้สมจริง confused smile

#11 By krong&lambo on 2009-01-22 17:55

#11 หลังจากที่ลองอ่านคอมเม้นต์ต่างๆ ผมก็ขอมาร่วมสรุปและแนะนำดังนี้นะครับ (ต้องขอโทษด้วยที่ผมเองก็ไม่ได้ทักแต่แรก เพราะผมเน้นตรวจตรงอื่นมากกว่า)


เรื่องสระผมนั้น ผมอยากทราบว่าตัวคนเขียนเคยไม่สระผมถึงหนึ่งสัปดาห์บ้างไหมครับ ถ้าเคยแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง ไม่รำคาญบ้างหรอ ถ้ารำคาญทำไมไม่สระ หรือกลัวน้ำ?

อีกอย่าง ถ้าเคยไปแถวใกล้ทะเลป่าชายเลนนะ จะพบว่าอากาศมันเหนียวมากๆ ผมเคยไปสมุทรสาครแค่วันนึงนี่เหนียวตัวสุดๆเลย แล้วนี่ป่าชายเลนเชียวนะครับ หนึบสุดๆแน่


มีทางเลือกสองทางที่แนะนำคือ

1. สระผมให้ถี่ขึ้น เป็นสัปดาห์ละสองครั้ง
บอกแบบนี้ก็ได้ว่าเดิมทีสระน้อยกว่านี้ แต่พอมาสอนที่โรงเรียนลูกบาศก์ทำให้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมไปในตัว

2. เปลี่ยนทรงผม ถ้าซกมกมากขนาดเลือกว่ายังไงก็จะไม่สระบ่อย อาจจะลุยสกินเฮ้ดหรือรองหวีไปเลยก็ยังได้ แถมดูเป็นการจัดการแบบถาวรสำหรับคนซกมกดีด้วย


ที่หลายคนทักท้วงเรื่องนี้มา เพราะแนวทางโรงเรียนได้กำหนดไว้แล้วว่าเราจะอยู่ในประเทศไทย มีบริบทแบบไทยๆ ที่นี่ไม่ใช่ยุโรปที่ไม่อาบน้ำแล้วใช้น้ำหอมแล้วยังอยู่ได้ ที่นี่ประเทศไทยซึ่งอยู่ในเขตร้อนชื้น ซึ่งชื่อก็บอกแล้วว่ามันร้อนและชื้น

ดังนั้นถ้าปรับแล้วคนส่วนร่วมรู้สึกว่ามันน่าเชื่อผมว่าก็ทำไปเถอะครับ จะได้ไม่เคลือบแคลงใจในภายหลัง


อนึ่ง อย่างน้อยการที่พยายามแก้ให้เห็นก็แสดงถึงความใส่ใจในความเห็นของคนอื่นบ้างแล้ว และหวังว่าครั้งนี้การปรับปรุงอีกหน่อยจะช่วยให้โอเคกันทั้งสองฝ่ายนะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับbig smile

#12 By โคค่อน on 2009-01-22 18:36

อ่านเรื่องราวการสอนแล้ว ขยันหาข้อมูลจังเลยค่ะ
แต่ยังติดเรื่องของครอบครัว อย่าโกรธกันนะคะ แต่เราว่า ยังติดเรื่องความเป็นไปได้ในเมืองไทยค่ะ

สำหรับในเมืองไทย เราว่าไม่มีสายสัมพันธ์กับมาเฟียอิตาลีแบบนั้นนะคะ
ต่อให้บอกว่าเป็นคาแรคเตอร์ตัวละคร แต่ถ้าว่ากันตรงที่ผ.อ.บอกว่า “เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงในเมืองไทย”
เราว่าตรงจุดนี้ยังเป็นแฟนตาซีมากไปค่ะ


เราเองก็ไม่ค่อยทราบว่ากลุ่มผู้มีอิทธิพลในไทยที่พอจะเปรียบเทียบเป็น”มาเฟีย”ได้เนี่ยเค้าเป็นกันยังไง แต่จากที่เคยอ่านอาชญนิยายมาบ้าง
(หลักๆก็นิยายของพลตำรวจเอก วสิษฐ์ เดชกุญชร) ผู้มีอิทธิพลในเมืองไทย จะเป็นคนที่มีเงิน, อำนาจ,
หรือทั้งสองอย่าง อย่างเช่น ผู้มีตำแหน่งเสธ. , พ่อเลี้ยง, หรือนักธุรกิจที่สามารถรวบรวมลูกน้องให้ทำงานให้ตัวเองได้
และโดยมากแล้วก็จะเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายค่ะ

(เป็นที่น่าเสียใจว่าคนที่เข้าข่ายเป็น"มาเฟีย"ในไทยนั้นไม่มี "กฏโอเมอร์ต้า" หรือหลักการคุณธรรมอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ)



นอกจากนี้ อ่านแล้วยังรู้สึกว่าในเมืองไทย ไม่น่าจะมี"แก๊งค์คู่อริ" นะคะ? ถ้าจะมี ก็น่าจะเป็นการขัดผลประโยชน์กันมากกว่า
ยิ่งมาเฟียรัสเซียกับอิตาลีจะเป็นเครือข่ายเดียวกันนี่ไม่น่าจะเป็นไปได้ใหญ่เลยค่ะ เพราะว่าการบริหารงานของทั้งสองกลุ่มต่างกัน
เท่าที่เราเคยค้นประวัติมาเฟียรัสเซีย ก็ไม่เคยพบนะคะ ว่ามีการร่วมมือกันแน่นแฟ้น (ทั้งมาเฟียรัสเซียหลายกลุ่มก็เป็นอดีตเคจีบีและค้าอาวุธสงคราม แต่มาเฟียอิตาลีเน้นเงินนอกระบบ และธุรกิจผิดก.ม.ค่ะ)


ถ้าจะเขียนให้ครูกลองมาจากครอบครัวผู้มีอิทธิพลจริงๆ ก็อยากให้แก้ตรงนี้สักนิดให้เป็นเรื่องราวไทยๆ เราว่าถ้าเขียนออกมาดีๆ นี่จะเป็นประเด็นที่น่าสนใจของครูกลองมากเลยค่ะ

ขอโทษที่เขียนเสียยืดยาวนะคะ
surprised smile

#13 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2009-01-22 21:18

ครับ...มีเรื่องตอบ 2 เรื่องครับ
1.เรื่อง สระผม แก้ เป็น 2ครั้งต่อ อาทิตย์แล้วครับ

2.ส่วนเรื่อง มาเฟีย จาก#13 นั้นคือว่า เดิมทีแล้วตระกลู
ของ ครูกลอง อยู่ที่อิตาลี เป็นมาเฟียอยู่เดิมอยู่แล้ว โดยที่มีปู่ ของเขาเป็นหัวหน้า
ปู่ของกลองมีลูก 3 คน และพอโตขึ้นก็แยกย้ายกันไปทำธุรกิจ พ่อของกลองจึงมาทำธุรกิจอยู่ที่เมืองไทย
แต่ด้วย ต้นตระกูลเป็นมาเฟีย จึงใช้ธุรกิจ เป็นฉากหน้า
แต่ขาย อาวุธ หรือ ของผิดกฎหมาย อยู่เบื้องหลัง และ
สร้างพรรคพวก โดยการติดสินบน
ส่วนลุงของกลองนั้น ไปเป็นพ่อค้า ขายอาวุธ
อยู่ที่รัสเซีย แล้วจึงก่อร่างสร้างตัวมาเป็น มาเฟียในภายหลัง โดยมีลูกน้องเป็นอดีตสายลับเคจีบี
ดังนั้นจึงทำให้ มาเฟีย 3 แก๊งค์นี้จึง ช่วยเหลือกันมาโดยตลอด

ป.ล.เรื่องแก๊งค์คู่อริ คงมีอยู่แล้ว เพราะเวลาคุณทำธุรกิจก็ต้องมีคู่แข่งชิงผลประโยชน์กัน

ขอบคุณมาครับสำหรับคำติชมconfused smile confused smile

#14 By krong&lambo on 2009-01-23 06:24

อืม...ก็ไม่ว่าอะไรนะคะ
เพียงแต่ก็ยังอยากเตือนว่า เขียนในเรื่องที่ไม่คุ้นเคยระวังจะเขียนยาก แล้วทำให้คนอ่านเชื่อไม่ได้่ค่ะ

ตามที่แก้เนื้อหาในคห.14 ดูมีเหตุผลขึ้นนิดหนึ่ง แต่ทางรายละเอียด บอกตามตรงว่ายังทำให้เราเชื่อไม่ได้ค่ะ

แต่ถ้าเขียนต่อไปแล้วสามารถลงรายละเอียดให้สมจริงกว่านี้ได้ เราก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ surprised smile

#15 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2009-01-23 09:11

เรารู้สึกว่า ผปค.ครูกรองยังหาข้อมูลของเรื่อง"มาเฟีย"มายังไม่พอค่ะ ทั้งมาเฟียในอิตาลี ผู้มีอิทธิพลในเมืองไทย แล้วก็รายละเอียดของมาเฟียรัสเซียด้วยค่ะ

ขออนุญาตถามสิ่งที่ข้องใจค่ะ ไม่ใช่เพื่อต้อนผปค.ครูกรองนะคะ แต่เรามองว่าร.ร.ล.บ.เป็นโครงการระยะยาว และผ.อ.ก็บอกว่าอยากให้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ในเมืองไทย

ทั้งข้อสงสัยของเราเกี่ยวกับประวัติครูกรองซึ่งจะส่งผลต่อการเขียนถึงครูกรองของผปค.ท่านอื่นๆ้ด้วย ขออนุญาตถามเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันนะคะ

1.ถ้าหากปู่ของครูกรองเป็นมาเฟียอิตาีลีจริง ทำไมพ่อครูกรองถึงใช้ชื่อภาษาไทยคะ?
แล้วแบบนี้ทางครอบครัวครูกรองนับถือศาสนาอะไรคะ?

มาเฟียส่วนมากเป็นสังคมปิด ไม่เปิดรับคนแปลกหน้าง่ายๆค่ะ ถ้าหากจะอ้างว่าเพราะมีเชื้อสายไทย อันนี้คงไม่สมเหตุสมผลแล้วค่ะ

แล้วความภาคภูมิใจในครอบครัว ก็ไม่น่าจะทำให้เปลี่ยนนามสกุลนะคะ? อีกอย่างเท่าที่เราค้นเจอ มาเฟียส่วนมากนับถือศาสนาคริสต์ เป็นคาทอลิคที่เคร่งคัดค่ะ



2.เรื่องลุงของครูกลอง บอกตรงๆว่าไม่สมเหตุสมผลค่ะ
ถ้าอย่างนั้นลุงครูกรองเข้าไปในรัสเซียตอนไหนคะ? แล้วเริ่มธุรกิจของตัวเองได้ยังไง เอาอาวุธจากไหนมาขาย แล้วขายให้ใคร? (มาเฟียอิตาลีไม่ได้ผลิตอาวุธสงครามนะคะ)

ต่อให้รัสเซียหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตจะเป็นยังไง ก็ไม่น่าทำให้คนอิตาลีคนหนึ่งเข้าไปขยายอิทธิพลได้ง่ายๆหรอกค่ะ
ต่อให้บอกว่าพ่อเป็นมาเฟียอิตาลี แต่นั่นคุณกำลังบุกถิ่นมาเฟียรัสเซีย ถ้าเราเป็นเจ้าถิ่น เราสั่งเก็บง่ายๆเลยค่ะ

ข้ามไปคนละฟากโลกแบบนี้ ต่อให้มีเงินแต่อิทธิพลของคุณปู่ส่งไปไม่ถึงแน่ๆค่ะ อีกอย่างมาเฟียอิตาลีเองก็น่าจะรู้ถึงอันตรายที่"ลุกล้ำเขตปกครอง"ดีกว่าใครด้วย


เราว่าผปค.ครูกรองศึกษาประวัติความเป็นมาและโครงสร้างของมาเฟียรัสเซีย และอิตาลีมาก่อนดีกว่าค่ะ ถ้าหากจะเขียนตามนี้จริงๆ
เพราะยิ่งเขียนต่อไปและมีการลงลึกในเรื่องครอบครัวมากขึ้นจะลำบากเอาค่ะ

มาเฟียอิตาลีกับรัสเซียเนี่ย อย่างกับเอา The Godfather มาฉายควบกับ Lord of War ก็ไม่ปาน คนละอารมณ์นะคะเราว่า...


ในคอมเม้นท์ที่แล้วผปค.ครูกรองแค่เอาคำพูดของเรามาใส่เพิ่มในประวัติครูกรอง เราว่านั่นยังไม่พอค่ะ

และที่สำคัญ เล่นประเด็น"มาเฟีย" เนี่ย อย่าลืมนะคะว่ามาเฟียในชีวิตจริงคือความโหดเหี้ยมอำมหิต

ขอโทษที่ซักไซ้ไล่จี้เอาแบบนี้ค่ะ แต่เราคิดว่าถ้าหากผปค.ครูกรองอธิบายรายละเีอียดเหล่านี้ได้ ก็จะดีกับคนอื่นในการเขียนถึงครูกรองด้วยค่ะ

#16 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2009-01-23 10:21

*พิมพ์ผิดเต็มไปหมดเลย ต้องขอโทษด้วยค่ะ

#17 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2009-01-23 11:57

ผมมาเสริมเพิ่มนะครับ
เหมือนที่เคยตอบของครูคนอื่นที่เคยเจอไปแล้ว

ถ้าอะไรที่ใส่เข้าไปแล้วคนอื่นที่ร่วมโครงการ"ไม่เชื่อ" และัคุณไม่สามารถหาเหตุผลรองรับที่ทำให้เชื่อได้ ก็ไม่ต้องฝืนเถอะครับ เอาออกไปเถอะ

ผมคิดว่าเรื่องต่างชาติเป็นสิ่งที่ไกลตัวนะครับ ถึงจะเอาข้อมูลจากหนังมาอ้างอิง หนังก็คือหนังครับ เป็นเรื่องแตง เราจะรู้ได้ไงว่าเรื่องนั้นเค้าค้นคว้ามาถูก

เวลาเราอยู่ร่วมกันด้วยคาแรคเตอร์ที่ต่างกัน สิ่งที่ทำให้เราอยู่ด้วยกันได้ในโลกเดียวกันคือ "ความจริง"ครับ ถ้าคนอื่นยังไม่เชื่อแล้วเขาจะมาเล่นกับตัวละครคุณอย่างไร


ที่นี่เราไม่ได้เล่นคนเดียวครับ
รากฐานของการร่วมงานกัได้คือความเชื่อใจ
อยากฝากตรงนี้ไว้ครับ




สรุปคือ
ผมขอฟันธงว่าให้เหมือนเป็นแค่"เจ้าพ่อ"ในไทยไปดีกว่า
นอกเสียจากว่าน้องมีครอบครัวเป็นมาเฟียจริงๆหรือตำรวจ แล้วสามารถหาข้อมูล"ที่เป็นจริง"มาอ้างอิงได้

หนัง...เอามาอ้างอิงไม่ได้ครับ เพราะมันเป็นของที่ผ่านการประยุกต์มาแล้วเหมือนกัน


ผมไม่ได้อยากจะจู้จี้จำกัดอะไรมากนัก แต่โครงการเราเน้น"ความเป็นจริง"ที่เกิดขึ้นได้"ในประเทศไทย" ครับ


ขอให้ทราบตรงกันดังที่กล่าวมาครับ

#18 By โคค่อน on 2009-01-23 14:08

เนื่องจากประเด็นนี้จริงจังเพราะความสมจริงมันส่งผลไปถึงแก่นของ รร

ดังนั้นผมขอให้"เปลี่ยน" เพื่อแสดงให้เห็นถึงการให้ความร่วมมือด้วยนะครับ

#19 By โคค่อน on 2009-01-23 14:14

ส่วนรื่องสระผม เห็นแล้วนะครับว่าแก้แล้ว
ก็ขอบคุณด้วยนะครับที่ใส่ใจในส่วนนี้

น่าจะเหลืออีกแค่ประเด็นเดียวแล้ว
ถ้าเคลียร์ในจุดนี้ได้ น่าจะไม่มีปัญหาแล้วล่ะ

#20 By ร.ร.ล.บ. on 2009-01-23 14:30

เนื่องจากไม่มีสมาธิเพ่งอ่านทุกบรรทัดเพื่อทำความเข้าใจเท่าไหร่ แต่มีประเด็นที่อ่านแล้วสะดุดอยู่นิดหน่อยครับ เลยอยากขอให้คุณช่วยเคลียร์สักนิดก่อน

จากประโยคที่ว่า...

เวลาสอนจะล้อหน้าตา และนิสัยนักเรียนเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับนักเรียน และพยายามสอนวิชาที่น่าเบื่อให้สนุกได้ โดยโยงกับวิชาอื่นด้วยไปพลางๆ

คำว่า "ล้อ" ในที่นี้ของคุณหมายความว่าอะไรครับ?
เพราะโดยจรรยาบรรณของคนเป็นครู หรือแม้แต่คนที่ประกอบอาชีพอื่นก็ตาม การใช้การ "ล้อ" หากเป็นเชิงลบ ผมว่าเป็นสิ่งไม่สมควรเท่าไหร่นะครับ...แต่นั่นก็แล้วแต่ว่าคุณจำกัดความการ "ล้อ" ของคุณไว้ว่ายังไง...ถ้าคุณช่วยเคลียร์ตรงนี้ได้ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นทิศทางในการเขียนถึงตัวละครของคุณต่้อไปได้ครับ

#21 By aki on 2009-01-23 20:55

อา...คำว่า "ล้อ" ครับ

"ล้อ" ในความหมายคือ เช่น แบบ ฟานหน้าเหมือน บรูซ ลี อะไรประมาณนี้ล่ะ ครับ แต่ก็ ไม่ใช่การ "ล้อ" แบบน่าเกลียดครับ ผมคิดว่าเป็นเชิงบวกนะครับconfused smile
ถ้าคิดยังไงก็บอกด้วยนะครับ sad smile

#22 By krong&lambo on 2009-01-23 21:46

เรื่องที่ ผ.อ. กับ ผ.ป.ค.ครูปราบ ถามมา ผมตอบแล้วนะครับconfused smile

เขียนไว้ในหัวข้อที่ 11 นะครับconfused smile

คิดว่าน่าจะพอใช้ได้นะครับsad smile

#23 By krong&lambo on 2009-01-23 23:44

อ่านแล้วนะคะsurprised smile
ดูมีน้ำหนักขึ้นเยอะเลยค่ะ ถ้าแบบนี้เราก็ไม่ได้ติดใจอะไรแล้วค่ะ

เราก็ไม่ได้กะว่าต้องเขียนแบบมีข้อมูลละเอียดยิบ เพียงแต่ตอนแรกๆที่อ่าน รายละเอียดมาแบบลอยๆจนทำให้รู้สึกว่าอยากใส่อะไรก็ใส่อย่างกับกำลังอ่านแฟนฟิครีบอร์นอยู่ก็ไม่ปาน เลยต้องท้วงค่ะ ถ้ามีเหตุผลมารองรับแบบนี้ ก็คิดว่าคงโอเคแล้วค่ะ

surprised smile

#24 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2009-01-24 19:04

ยินดีด้วยครับ
งั้นก็น่าจะสบายใจทั้งสองฝ่ายแล้วเน้อconfused smile
(สามฝ่ายสิ รวมผมด้วย 555)

#25 By โคค่อน on 2009-01-24 20:45

อนึ่ง แม้ว่าข้อมูลตรงน้จะถือว่าแม่นแล้ว
แต่น้องก็ต้องจำไว้ว่า ต่อไปน้องจะต้องแบกรับอดีตเหล่านี้ไว้ในการเขียนเรื่องราวทั้งหมด

และไม่ใช่มาเน้นการเขียนเรื่องราวของปู่กับพ่อตรงนี้
สิ่งที่คนในโรงเรียนอยากอ่านมากกว่า คือผลของอดีตของครูกลองที่จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในโรงเรียนนั่นเองครับ

รอดู DB ต่อไป
และขอบคุณสำหรับความใส่ใจนะครับsurprised smile

#26 By ร.ร.ล.บ. on 2009-01-24 20:52

เป็นคนไม่มีบ้านกางเต็นท์นอนเอา-----
อ่านแล้วตรงนี้ยังไม่สมจริงอยู่ค่ะ
กางเตนท์นอนเอาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
มันดูไม่น่าเชื่อถือค่ะ

ในความเป็นจริงคงจะยากน่ะค่ะ ถ้าคนที่เป็นนายจ้าง(อย่างผ.อ.ในเรื่อง)จะกล้ารับคนที่ไม่สามารถบอกที่อยู่ที่ชัดเจนมาเป็นครูสอนนักเรียน 40 กว่าชีวิตได้น่ะค่ะ

จะเรียกว่าความน่าเชื่อถือทางสังคมยังอ่อนไปอยู่นะ่คะ

ถ้าสมมุติว่าถึงจะบอกว่า กางเตนท์นอนแถวป่าชายเลนใกล้โรงเรียนตลอดปีก็ตาม แต่ความน่าเชื่อถือส่วนบุคคลจากประวัติที่เอาไปยื่นสมัครสำหรับผ.อ.ในเรื่องจะหายไปทันที

ลองจินตนาการในความเป็นจริงดูค่ะ
ว่าจะกล้ารับคนที่ไม่สามารถให้ข้อมูลหลักประกันเรื่องที่อยู่ที่พักพิงมาสอนนักเรียน 40กว่าชีวิตจริงรึเปล่า

แต่คำที่เราติงตรงนี้จะหายไปทันทีถ้า ผ.อ.ในเรื่องบอกว่า มีลูกบ้าพอกล้ารับนะคะ/หันไปมองค่อนพิจารณาความเป็นไปได้ของคาแรคเตอร์ผ.อ.ในเรื่องเอง

อาจจะเขียนรายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีกว่า ในใบสมัครกรอกที่อยู่ที่แน่นอนมีบ้านเลขที่ไว้ชัดเจน (หลอกผ.อ.ว่างั้น) แต่จริงๆแล้วคือไปนอนเตนท์ที่ไหนซักแห่งที่ไม่มีใครรู้

ความเห็นส่วนตัวแล้วนะคะ ข้างบนออกจะติแบบทางการ คือ
ในชีวิตจริงเป็นไปได้ยากที่คนที่นอนเตนท์จะมาประกอบวิชาชีพเป็นครูค่ะ
มันดูการ์ตูนเกินไป

ถ้าจะบอกว่าหลบหนีมาเฟียถ้าบอกที่อยู่จริงเดี๋ยวศัตรูตามเจอ เราก็ไม่เคยได้ยินข้อมูลหรือได้ยินข่าวว่า เค้าหลบหนีกันด้วยการนอนเตนท์น่ะค่ะ

เคยได้ยินแต่หลบหนีไปอยู่เซฟเฮาส์ เกสเฮาส์ เปลี่ยนบ้านเช่าไปเรื่อยๆ เปลี่ยนโรงแรมไปเรื่อยน่ะค่ะ

#27 By สะเงาะสะแงะ on 2009-01-24 21:15

(ยังไม่จบอีกหรอ เหนื่อย)

เห็นด้วย (อีกแล้ว)
ถ้าเป็นอยู่ตามหอพัก ห้องเช่า แล้วย้ายบ่อยๆก็ดีนะครับ
เพราะเรื่องย้ายอยู่ตามเต้นท์ ในไทยไม่ค่อยเห็นน่ะ


ป.ล. อยากฝากให้ช่วยเม้นต์เอาให้ทีเดียวก็ดีนะครับ

#28 By โคค่อน on 2009-01-24 21:28

อืม...เรื่องเต็นท์นะครับ

ในใบสมัครการเป็นครู กลองใส่ ที่อยู่บ้านพ่อแม่ตัวเองครับ

ส่วนเรื่องที่กลองนอนเต็นท์นั้น กลองกำลังคิดจะย้ายไปนอนที่หอดูดาวของครูสายฟ้าครับ
(ทั้งคู่ยังไม่ได้คุยกันถึงเรื่องห้องนอนเลย) sad smile

#29 By krong&lambo on 2009-01-24 21:36

งั้นฝากแก้ตามที่น้องได้ชี้แจงเลยแล้วกันนะ

แต่ตามที่ผมตั้งใจไว้
นอกจากยามยอดแล้ว เราจะไม่ให้ใครพักที่โรงเรียนตอนกลางคืนครับ เพื่อความปลอดภัยของโรงเรียน ดังนั้นเรื่องที่ว่าจะพักที่หอดูดาวคงเป็นไปไม่ได้ครับ


มีข้อแนะนำจากผมโดยตรงว่า
ก่อนอื่นเอาประโยคนี้ออกก่อน

--> เป็นคนไม่มีบ้านกางเต็นท์นอนเอา
(พอดีเห็นยังไม่แก้)

แล้วลองแก้ตามที่ผมเขียนให้ดังนี้เลยไหม



- ที่จริงแล้วตอนมาสมัครนั้นมีการส่งรายละเอียดที่อยู่ของพ่อแม่ แต่ความจริงแล้วมีการย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน โดยจะอยู่ตามบ้านเช่าต่างๆ
- ปัจจุบันจะอยู่ที่หอพักให้เช่าแถบบางขุนเทียน และอาจจะเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยๆ แต่จะมีการบอกที่อยู่ปัจจุบันให้กับทางโรงเรียนเสมอโดยไม่มีการปิดบัง เนื่องจากเป็นเงื่อนไขการรับเข้ามาเป็นครูจากผู้อำนวยการ (โดยที่อยู่จะเป็นความลับที่รู้กันภายในเท่านั้น)



ผมคิดว่าแบบนี้น่าจะผ่านแล้วนะครับ
หรือไม่ผ่านอีกครับ?sad smile

ปล. เหนื่อยsad smile

#30 By โคค่อน on 2009-01-24 21:47

แล้วก็

เวลาชี้แจงเรื่องอะไรในนี้แล้ว
น้องช่วยไปบอกในข้อมูลหลักด้วยสิครับ
เพราะภายหลังไม่มีใครมาอ่านคอมเม้นต์ในนี้หรอกครับ

อย่างเรื่องล้อ ผมยังเห็นไม่มีการเอาคำอธิบายไปแก้ตรงนั้นเลยนะครับ ไม่งั้นก็แย่สิครับ

ทางที่ดีการระวังการใช้คำเป็นสิ่งที่สำคัญครับ และถ้าเลี่ยงไม่ได้ชวนชี้แจงให้ละเอียดตั้งแต่ฐานข้อมูล

เปลี่ยนเป็นว่า


จะมีการพูดถึงลักษณะเด่นของแต่ละคนในระหว่างการสอน ในลักษณะเชิงบวกที่ไม่ใช่การล้อเลียนแต่เป็นการกระตุ้นให้เกิดความสนใจในคาบเรียนมากกว่า เช่น การพูดถึงฟานว่าเหมือนบรู๊ซลี เป็นต้น





สุดท้ายนี้
ผมรู้สึกว่าการที่ผมทำตอนนี้ เหมือนกับต้องมานั่งเปิดปิดสวิทซ์ไฟอยู่ตลอดเวลา จนไม่ต้องทำอย่างอื่นพอดี

ผมจะไม่ทำอะไรอีกแล้ว
และจะรอข้อสรุปของทุกฝ่ายก่อน
ขอให้ทุกฝ่ายให้เคลียร์เรื่องข้อมูลกันอย่างรวดเร็วที่สุด
และมีใครสักคนที่เป็นสมาชิกเก่าที่ช่วยยืนยันว่ามันจบแล้ว (หลังจากจะไปประชุมอะไรก็แล้วแต่)


ได้ไหมครับ

#31 By โคค่อน on 2009-01-24 21:58

อีกนิด


สำหรับคนเีขียน

- อะไรที่รู้สึกว่าล่อแหลมต่อการทัก
ตัดได้เป็นดีครับ ไม่งั้นจะต้องโดนทักต่อไปย่างไม่จบสิ้น
ไม่ต้องฝืนหรอกครับ เพราะตอนนี้เราใช้เวลาเกือบทั้งสัปดาห์แล้ว


คนคอมเม้นต์

- ถ้าตอนนี้มีเวลาว่าง อยากให้ช่วยตรวจอย่างละเอียดยิบในคืนนี้เลยได้ไหม การที่แก้ทีละครั้งๆผมว่ามันก็เหนื่อยกันทุกฝ่ายแหละ

#32 By โคค่อน on 2009-01-24 22:01

ครับconfused smile

ขอบคุณ ผ.อ. สำหรับทางเลือกนะครับ

ผมเลือก ทางเลือกที่ 1

- ที่จริงแล้วตอนมาสมัครนั้นมีการส่งรายละเอียดที่อยู่ของพ่อแม่ แต่ความจริงแล้วมีการย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน โดยจะอยู่ตามบ้านเช่าต่างๆ

ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำของ ผ.อ. และ
ผ.ป.ค. แมน ด้วยนะครับconfused smile

ป.ล.เหนื่อยมากsad smile

#33 By krong&lambo on 2009-01-24 22:01

#33 ตอนนี้ผมขอรอคำยืนยันจากตัวแทน ผปค.สมาชิกเก่าแล้วละกัน

ไม่งั้นแบบเหมือนจะผ่านแล้วไม่ผ่านอีกผมว่าคงเสียอารมณ์กันไม่น้อยsad smile

#34 By โคค่อน on 2009-01-24 22:02

พึ่งได้อ่าน แต่ดาต้าเรื่องสระผม2อาทิตย์ก็นานไปนะฮะพูดจริงๆ

เคยลองไม่สระมั้ยฮะ ผมพูดจริงๆว่าอาทิต์เดียวนี่ก็โคตรเหม็นแล้ว คนอื่นไม่รุ้หรอก แต่ตัวเองเนี่ยรู้ครับ2สัปดาห์ผมว่านานไปนะ

ยิ่งดาต้าบอกไม่ชอบกลิ่น ยิ่งหัวเนี่ย ตัวเองได้กลิ่นอยู่คนเดียว

ยิ่งขัดนะครับ

ยิ่งมีผมยุ่งๆแล้ว ผมว่ากลิ่นเนี่ยคงมี


เรื่องประวัติครอบครัวพอโอเคนะ ดูมีที่มาที่ไปดี

แต่ ผมว่าถ้าเกิดมีการตามฆ่าขอให้ไม่มีเรื่องให้เกินในโรงเรียนนะฮะ

#35 By [veho+อินทรี on 2009-01-24 22:23

ณ บัดนาว สีฯมาเป็นตัวแทนปิดประเด็น ทั้งจากทุกท่านและจากพี่ค่อนเจ้าของโครงการนะคะ


มาทีละประเด็นเลยหนอ

- เืรื่องผมที่สระ จะอาทิตย์ละ 2 ครั้งโอเคค่ะ แต่เรื่องกลิ่นตัวและหัวที่พอผ่านไปแล้วจะดูออกว่าไม่ได้สระนั้น สีฯคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะดูไม่รู้ ในจุดนี้ จึงจะเว้นไว้ให้แต่ละตัวละครเขียนได้โดยอิสระนะคะ ว่าจะสังเกตครูแค่ไหน (กลิ่นตัวนี่ บางคนก็ได้กลิ่น บางคนก็ไม่ได้กลิ่น)

- เรื่องกางเตนท์ คิดว่าไม่ควรทำที่โรงเรียนเลยค่ะ ถ้าอยากจะกางควรทำที่อื่น เพราะไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมากางเตนท์ในโรงเรียน โรงเรียนนี้มีเด็กผู้หญิงอยู่ค่ะ ครูผู้ชายมากางเตนท์ตอน ตอนเ้ช้าๆเด็กมา ไม่สมควรแน่ๆ (สำหรับการแก้ว่าจะไปที่ไหนนั้น คิดว่าคอมเมนต์ด้านบนเสนอแนะมามากพอแล้ว ทุกอย่างแล้วแต่คุณเลยค่ะ เอาแค่ว่าอย่ามากางในโรงเรียนพอนะ)

- เรื่องประวัติมาเฟีย รายละเอียดไม่ขอลงลึกเพราะคอมเมนต์กันไปหมดแล้ว แต่เอาเป็นว่า ความเป็นมาเฟียของตัวละครนั้น อนญาตให้มีแค่

1. ส่วนที่ส่งผลกับนิสัยตัวละคร
2. อารมณ์ร่วมเวลาสอนประวัติศาสตร์
3. ครอบครัว ในด้านที่ไม่เกี่ยวกับมาเฟีย

ส่วนนอกจากนั้น โดยเฉพาะโอกาสที่จะมีคู่อริมาบุกถึงโรงเรียน ตามสิทธิครูกลองสามารถเขียนได้ในส่วนของ IS

แต่ทั้งนี้ ถ้าครูกลองคิดจะเขียนเรื่องส่วนมาเฟียแบบเจาะลึก(นอกจากสามข้อที่ระบุไป) อยากให้ครูกลองคิดด้วยว่า มันจะไปกินเวลาส่วนที่ควรจะทำในงานด้านอื่นๆหรือไม่ อย่างเช่น DB และโครงเรื่องหลัก ถ้ากินเวลามาก ก็ขอร้องว่าอย่าเขียนเลยนะคะ


เพราะ สาเหตุที่เราต้องการรับสมัครครูก็คือ เพื่อให้มาสอน และส่งเสริมด้านพัฒนาการของนักเรียน คุณสามารถมีเนื้อเรื่องหลักเกี่ยวกับตัวคาแรกเตอร์ของคุณได้ แต่ก็ต้อง "ตอบโจทย์" ที่กล่าวไปแล้วข้างต้นด้วย

พูดตรงๆว่า ถ้าคุณอยากได้อดีตและพล็อตที่ซับซ้อนมากๆ ควรจะไปเขียนออริมากกว่า เพราะตัวประกอบต่างๆในเรื่องนี้ ไ่ม่ใช่ตัวละครของคุณคนเดียว คุณไม่อาจควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์ เชื่อเถอะค่ะว่าคุณคงเขียนได้ไม่ราบรื่นแน่นอน จะเจอคอมเมนต์ยิ่งกว่านี้เสียอีก (ไม่ได้ขู่นะ แต่เชื่อเถอะว่ามีจริงๆแน่ๆ)


เราเข้าใจว่าคุณมีส่วนที่คุณอยากจะเอ่ยถึงตัวละครของคุณในแบบที่คุณต้องการ แต่ถ้าตัวละครของคุณไม่สามารถตอบโจทย์พื้นฐานในการเข้าร่วมโครงการนี้ และอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ เราคงอยู่ด้วยกันอย่างไม่สนิทใจนักนะคะ เพราะการที่เรารับคุณเข้ามา ก็เท่ากับเป็นการตัดที่ของคนอื่นด้วย

จึงอยากให้เราพบกันครึ่งทาง ถ้าข้อตกลงที่ว่ากันมาด้านบนนี้ คุณสามารถทำได้จริงๆ เราก็ยินดีรับคุณเข้าโครงการแน่นอนค่ะ


หมดประเด็นที่เราจะต้องถกเถียงกันเพียงเท่านี้ ถึงตอนสุดท้าย เราขอขอบคุณทีคุณสนใจอยากมาเข้าร่วมกับเรา และถกกันในส่วนของข้อมูลและการปรับแก้หลายครั้งหลายหน ทางเราก็มีส่วนผิดเช่นกันที่ไม่บอกทุกอย่างให้เคลียร์เสียตั้งแต่ทีแรก จึงทำให้คุณต้องปรับบ่อยๆเช่นนี้


แต่เพื่องานที่ดีที่สุด และความเข้าใจตรงกันของทุกฝ่ายนะคะ


ถ้าคุณทำได้ตามที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ ก็ยินดีต้อนรับสู่ โรงเรียนลูกบาศก์เลยค่ะ


แม่บูม

confused smile

#36 By Boom on 2009-01-24 22:56

ขอโทษที่มาตอบช้า พอดีช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาติดธุระsad smile sad smile

ก็ครับ ผมยอมรับข้อเสนอทั้งหมดส่วนที่ให้แก้ ก็แก้หมดแล้ว
คราวนี้ผมว่า คงจะเป็นตัวละครที่สมจริงสมจังมากกว่าเดิมแล้วนะครับ

ต้องขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำของทุกคนมากๆนะครับ confused smile confused smile

ท่าจะเหนื่อยกันทุกคนsad smile sad smile

#37 By krong&lambo on 2009-03-22 21:05

#37 เนื่องจากในส่วนที่ต้องแก้นั้น เป็นความเห็นจากคนอื่น ดังนั้นผมขอรอให้พวกเขาได้มาอ่านด้วยตัวเองก่อนนะครับ (เดี๋ยวช่วยตามให้) แล้วถ้าเขายืนยันว่าผ่านแล้ว ผมจะอัพเดทให้ว่าผ่านเต็มตัวแล้วนะครับ

ยังไงก็ขอบคุณมากเลยที่เต็มใจแก้ไขอย่างเต็มกำลัง
และยินดีต้อนรับกลับมาหลังจากฟันฝ่ากับการเรียนครับbig smile

#38 By โคค่อน on 2009-03-24 08:46

เข้ามาอ่านและรับทราบแล้วนะคะ
big smile

#39 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2009-03-24 20:36

งั้นก็ผ่านแล้วเน้อ เดี๋ยวไปแก้สีล่ะ
ยังไงก็ยินดีด้วยนะครับ
ในขั้นต่อไปก็ทำ DB ส่วนอื่นต่อไปเรื่อยๆนะbig smile

#40 By ร.ร.ล.บ. on 2009-03-24 20:40