1. ชื่อตัวละคร นพกร รัศมิ์อรุณ (นบ-พะ-กอน รัด-อะ-รุน)
ชื่อเล่น กร/กลอง
2. อายุ 23 ปี
3.วันเกิด 23 ม.ค.
4.ความสูง 175 ซ.ม
5. รูปพรรณสัณฐาน
เพศชายผอม หน้าตี๋คล้ายลูกคุณหนู ผมสีขาว(หงอก) ตรงซอยแต่ยุ่งเพราะขี้เกียจหวี ใส่แว่นเหลี่ยม (สายตาเอียง) ตาตี่ ผิวขาว หน้าดูมึนๆๆ เหมือนง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา
6. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของตัวละคร
- ชอบทำตัวสบายๆ
- เป็นพวกง่วงนอนอยู่ตลอดเวลาบางครั้งดูเหมือนหลับอยู่ แต่ที่จริงแล้วเพราะตาตี่เกินไป
- เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเอง เช่น อาบน้ำแค่ตอนเช้าครั้งเดียว เป็นต้น (จะเรียกว่า ซกมก ก็ได้)
edit: ตอนนี้เขาถูกญาติตำหนิ เรื่องนิสัยการสระผม จึงเปลี่ยนเป็น ทุกๆ 2 ต่ออาทิตย์
- เขาจะล้างหน้าเป็นประจำหลังตื่นจากการนอนเล่น
- ชอบใส่สูทดำที่ดูเหมือนมาเฟียอยู่ตลอด
- เป็นคนคุยสนุกร่าเริงชอบยิงมุก
- ติดนิสัยการนอนตอน 6โมงเย็น แล้วตื่นเที่ยงคืนเพื่อปั่นงานก่อนการสอนและดูทีวี
- ชอบนอนก่อนเข้าสอน แล้วตื่นตอนก่อนเข้าสอนสัก 2 นาที (เพื่อเวลาล้างหน้าไว้แต่ไม่มีเวลาหวีผม)
- เวลาโกรธ พี่แกจะทำตาเจ้าเล่ห์ใส่ แล้วยิ้มแบบ...แกเสร็จแน่ หึๆ...ติดนิสัยชอบเรียกคนที่เด็กกว่า ว่า ไอ้หนุ่ม หรือ สาวน้อย (อันนี้น่าจะติดมาจากปู่)
- เก็บของไม่เป็นระเบียบ เช่น เวลาถือสมุดบันทึกคะแนนไว้..พอตัวเองจะนอนก็จะโยนไปที่ไหนสักแห่งในกองหนังสือ แล้วหลับแบบลืมโลกไปเลย
- ชอบทำหูทวนลม, เหม่อลอย และคุยกับตัวเอง
- มีความหน้าด้านเป็นพิเศษ
- มักลืมตัวว่าทำอะไรอยู่ เวลาคิดอะไรบางอย่างเพลินๆ
สิ่งที่ชอบ :
แผนที่โลก- เวลาที่เขาไม่หลับหรือเบื่อก็จะเอาแผนที่โลกมาจิ้มเล่น หรือถ้าไม่มีก็จะวาดเอง
หนังสือการ์ตูน- ติดนิสัยแบบเด็กๆที่ต้องอ่านการ์ตูนก่อนนอน และชอบพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอด เวลาคุมสอบก็จะเอาการ์ตูน ประมาณ 3-4 กองไปนั่งอ่าน
สุนัข- เป็นโรคจิตชอบแกล้งสุนัข ยิ่งเป็นสุนัขพันธุ์เล็กก็จะยิ่งชอบแกล้ง
ปู่- ตอนเด็กเวลามีเรื่องอะไรปู่จะจัดการให้หมด
สิ่งที่เกลียด :
พวกที่ฆ่าครอบครัวของเขา
อาหารหรือของที่มีกลิ่นฉุน- ทนไม่ได้กับกลิ่นเหม็นๆฉุนๆ
แมลงทุกชนิด- ตอนเด็กนอนอยู่แล้วมีแมลงตกใส่ปาก ทำให้กลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะมอง
แสงอาทิตย์- เป็นสิ่งเดี่ยวที่ทำให้เขาตื่นจากการนอนอันแสนสบายในยามเช้า
7. ความสามารถพิเศษ
- สามารถนอนได้ทั้งวัน
- สามารถโยงวิชาของตัวเองไป กับเรื่องอื่นได้หรือวิชาอื่นได้
- สามารถรับประทานอาหารได้เร็วมาก
- สามารถวาดแผนที่โลกได้แบบร่างๆๆ
- สามารถสอนวิชาประวัติศาสตร์ได้อีกนิดหน่อยด้วย
8. ประวัติชีวิตของตัวละครโดยสังเขป
ตอนเด็กเป็นน้องคนเล็กสุดในบ้านจึงถูกตามใจมากที่สุด ครอบครัวของ"กร" เป็นเจ้าพ่อที่ทรงอิธิพลมากที่สุดในประเทศ ชอบเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยมาก ทำให้เขาได้เห็นโลกกว้างตั้งแต่อายุยังน้อย
พออายุได้ 8 ขวบ พ่อส่งเขาไปอยู่กับปู่ที่อิตาลีเพื่อร่ำเรียนวิชาต่างๆ เขาเรียนดีมาจนได้พาสชั้นเร็วกว่าปกติ 3 ปี เขาเรียนจบ ม. ปลาย ที่อังกฤษ ตอนอายุ 16 ปี เขาตัดสินใจเขาเรียนคณะรัฐศาสตร์ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นปริญญาตรี และต่อปริญญาโทด้วยคณะภูมิศาสตร์ หลังจากจบโท ก็กลับมาไทยแต่แล้วก็พบว่า ครอบครัวของเขาถูกมาเฟียคู่อริฆ่า
เขาเสียใจมากจนไม่รู้ว่าจะทำไงดี...ข่าวรู้ไปถึงหูหัวหน้าแก๊งมาเฟียคู่อริว่า ลูกชายคนสุดท้ายของแก๊งคู่แค้นกลับมาแล้วจึงตามฆ่า"กร" แต่เรื่องการตายของครอบครัวเขา ก็ไปถึงลุงของเขาที่เป็นเจ้าพ่อมาเฟียอยู่ที่รัสเซียก่อน ลุงเขาจึงส่งมือปืนมือดี 2 คนมาปกป้องเขาในฐานะผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งคนต่อไปของมาเฟียไทย แต่สุดท้ายเขาก็หนีจากพวกมาเฟียทั้ง 2 ฝ่ายมา เป็นครูด้วยเหตุผลส่วนตัว
9. วิชาที่จะสอน สังคม ม.5
10. แนวทางในการทำงานของคุณ
เวลาสอนจะปรึกษานักเรียนก่อนว่าจะเรียนอะไรกัน พอตกลงได้แล้วก็ให้นักเรียนตอบคำถามเพื่อจะได้รู้ว่า ใครอ่อนใครเก่งในวิชานี้ แล้วก็ประเมิณว่า ควรสอนไง
เวลาสอนจะล้อหน้าตา และนิสัยนักเรียนเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับนักเรียน และพยายามสอนวิชาที่น่าเบื่อให้สนุกได้ โดยโยงกับวิชาอื่นด้วยไปพลางๆ
ชอบทำตัวเป็นกันเองกับนักเรียนสบายๆ
11. อื่นๆที่อยากเล่าแต่ไม่มีในหัวข้อ
- ชอบอ่านการ์ตูนด้วย
- มักจะนั่งเถียง (ชอบเอาชนะแต่ไม่เคยชนะ)
- ชอบไปค่าย
- ขี้แกล้งมาก
- เป็นพวกเกลียดชาวโลลิค่อน
- มักถูกเรียกว่า ตี่
- ความจำสั้น
- พกปืนที่เป็นของดูต่างหน้าครอบครัว ติดตัวไว้ตลอดด้วย
- มีเพื่อนสนิท 2 คน
- เป็นพวกใจอ่อน
- รักเสื้อสูทของตัวเองเป็นชีวิตจิตใจ เขาจะดูแลดีกว่าตัวเองซะอีก
- ที่จริงแล้วตอนมาสมัครนั้นมีการส่งรายละเอียดที่อยู่ของพ่อแม่ แต่ความจริงแล้วมีการย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน โดยจะอยู่ตามบ้านเช่าต่างๆ
- เรื่อง ประวัติโดยย่อของลุง
ตอนแรกปู่ของกลองส่ง ลุงของเขาไปเรียนที่รัสเซีย ต่อมาลุงของกลองได้เข้าแก๊งค์ของคนรัสเซียด้วยคำชวนจากของหัวหน้าแก๊งค์ (หัวหน้าแก๊งค์เคยได้รับการช่วยเหลือจากลุงของกลอง ตอนที่เขาถูกพวกในแก๊งค์ทรยศ และไล่ฆ่า ลุงของกลองให้หอพักของเขาเป็นที่ หลบภัย)
ดังนั้นลุงของกลอง จึงเริ่มจากเด็กส่งของ ขึ้นมาเป็นพวกลอบสังหาร จนถึงหัวหน้าแก๊งค์ย่อย เมื่อปู่ของเขารู้เข้าก็ส่งคนมาติดต่อกับลุงของกลอง อย่างลับๆ เพื่อวางแผนฆ่าคนระดับผู้บริหาร ของแก๊งค์ เพื่อให้ลุงของกลองได้ตำแหน่งหัวหน้าแก๊งค์มาให้ได้ ระหว่างนั้นลุงของกลองต้องฆ่าคนของปู่ไปมาก เพื่อพิสูจตัวเองว่า ไม่ได้เป็นสายลับจากตำรวจ หรือ แก๊งค์อื่น
------------------------------
เขาใช้เวลา 15 ปีถึงจะได้เป็นตำแหน่ง รองหัวหน้าแก๊งค์ และทำให้ทุกคนเชื่อสนิทว่าไม่ได้เป็นสายลับ หลังจากหัวหน้าแก๊งค์คนเก่าตายไป คนในแก๊งค์เกือบทุกคนก็ลงมติให้ลุงของกลอง เป็นหัวหน้าแก๊งค์ (คนระดับผู้แก๊งค์ส่วนใหญ่ในตอนนั้นเป็นเด็กที่ลุงของกลองช่วยให้เลื่อน ตำแหน่งมา)
หลังจากได้เป็นหัวหน้าลุงของกลอง เขาก็สั่งฆ่าพวกที่ไม่ยอมรับเขาจนหมด และเขาก็ซื้อ อาวุธสงคราม จากพวกนายพลที่เขาติดสินบน แล้วเอาไปขายให้กับพวกกลุ่มก่อการร้าย กลุ่มแบ่งแยกเชื้อชาติในแอฟริกา จนร่ำรวยและมีอิธิพล
-------------------------
- เรื่อง ประวัติของพ่อของกลอง
พ่อของกลองนั้นเป็นลูกคนกลาง ตอนเขายังหนุ่มได้เป็นหัวหน้าแก๊งค์ย่อย ในแก๊งค์ ปู่ของกลอง เขาได้พบรักกับนักเรียนสาวไทยคนหนึ่ง ที่พ่อของเธอเป็นนายทหารยศสูง อยู่ที่เมืองไทย จนได้แต่งงานกันโดยที่ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบ (ในตอนนั้น พ่อของกลองใช้นามสกุลปลอม เพราะกลัวพ่อของฝ่ายหญิงรู้ว่าเป็นมาเฟีย)
พ่อของกลองเป็นคนรักสบาย และชอบยืนด้วยขาตนเอง จึงเรียนภาษาไทยแล้วไปตั้งหลักปักฐานอยู่ที่เมืองไทย และใช้ นามสกุล รัศมิ์อรุณ ซึ่งเป็นนามสกุลแม่ของกลอง (อัน นามสกุลของปู่กลองนั้น ก็เป็นที่ต้องการตัวของตำรวจสากลอยู่แล้วถ้าใช้ต่อไปคงจะไม่ดีแน่ ถ้าอยู่ที่เมืองไทย)
หลังจากนั้นก็เริ่มรับพรรคพวก ด้วยการซื้อใจ เช่น ติดสินบน ช่วยชีวิต จ้าง เป็นต้น โดยมีแม่กลองช่วยทำธุรกิจ บังหน้า เมื่อแม่ท้องพี่ของกลองได้ 3 เดือน ตาของกลอง ก็รู้เรื่อง กิจกรรมของแก๊งค์เข้า ในตอนแรก เขาคิดจะไล่พ่อของกลองออกจากบ้าน แต่กลัวว่าหลานออกมาแล้วจะไม่มี พ่อ จะเป็นปมด้อยเอา เขาจึงใจอ่อนและช่วยพ่อของกลองให้หนีพ้นจากการ ตามล่าของตำรวจไทย และ สากล
หลังจากพ่อของกลองตั้งตัวได้เขา ก็ค้าขายทั้ง อาวุธปืน และ ยาเสพติด จนมีอิธิพล
-----------------------------
ครอบครัวของพ่อกลองจะมีการติดต่อช่วยเหลือ หรือ ส่งข่าว หากันเป็นประจำทุกๆปี ทำให้คนในครอบครัวสนิทสนมกันเป็นอย่างดี
ป.ล. ครอบครัวของพ่อกลองนับถือ ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก
ป.ล. 2 กลองเป็นคนติดแม่ เขาจึงนับถือศาสนาพุทธ
-------------------------
Part B ภาค 1 สอนคาบแรก
เวลาราวๆตี 3 ครึ่ง ของวันเปิดเทอมวันแรกของโรงเรียนลูกบาศก์
มีแสงไฟออกมาจากเต้นท์กลางสนามโรงเรียน
"...อ่า...เราตายแน่เลย...อืม..ตายแน่..."
กลองครุ่นคิดกับตัวเองด้วยอารมณ์นิ่งๆ
ขณะที่กำลังหา แผนการสอน, รายชื่อนักเรียน, สมุดบันทึกคะแนน...
"ไม่เป็นไร ผ.อ. คงพูดประมาณเนี่ยมั้ง?..."
"คงไม่ว่าอะไรเรา ฮาๆ..."
กลองปลอบใจกับตัวเองทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่า ต้องโดนตำหนิ..
กลองบ่นพึมพำกับอยู่กับตัวเองได้สักพัก ก็เริ่มง่วง
จึงยื่นมือไปหยิบกองหนังสือที่กระจายอยู่ทั่วเต็นท์มากองหนึ่ง
แล้วโน้มตัวลงนอน.....
...อ๊าก!!...อย่าทำชั้นเลย ชั้นมีลูกเมียนะ...
หือๆ...แม่..แม่หนูเป็นอะไร..ตื่นสิแม่..หือ...ตื่นสิ
ไม่นะ...บ้านชั้น...อย่าเผาบ้านชั้น..กรี้ด!!!
-------------
เฮือก!!...ผมสะดุ้งตื่นจากความฝันในมือ
กำปืนที่วางอยู่ข้างๆไว้แน่นตามสัญชาติญาณ...
"อา..ฝันแบบเดิมอีกแล้วเรา...สงสัยคิดถึงปู่มากไป"
กลองคิดระหว่างที่เอามือปาดคราบน้ำลายและดูนาฬิกาข้อมือ...
...7 โมงครึ่ง...
"โอ้...วันนี้เราขยันจริงๆตื่นเช้ากว่าปกติ ฮาๆ..."
กลองหยิบผ้าขนหนูกับยาสีฟันเดินตรงไปที่ห้องน้ำที่อยู่ห่างออกไป 10 เมตร...
...20นาทีผ่านไป...
กลองออกจากห้องน้ำโดยผูกผ้าเช็ดตัวไว้ที่เอวแล้วเดินกลับเต็นท์...
ในตอนนั้นนักเรียนก็เริ่มมาโรงเรียนแล้ว...
มีแต่คนส่งสายตามองมาที่ผมเหมือนเห็นตัวประหลาด...
"มองทำไมฟะ...ไม่เคยเห็นคนไง..."
กลองคิดแล้วก็นึกอะไรบางอย่างออก
"ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนี่นา..."
กลองจึงเดินไปซื้อขนมปังที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ ร.ร.
มานั่งกินหน้าประตู ร.ร.
...อีก 10 นาทีถัดมา...
"อ่าว..ยังไม่ได้แต่งตัวนี่หว่า..."
กลองพูดกับตัวเองแล้วเดินกลับเต็นท์ไปแต่งตัว...
หลังจากนั้นผมก็หยิบทุกอย่างพร้อมที่จะดำเนินการสอน
(ของที่ผมเตรียมไปมีปากกา ปืน สมุดบันทึกคะแนน รายชื่อนักเรียน แผนการสอน
ป.ล. เจอพวกเอกสารที่ใช้ประกอบการสอนเพราะเมื่อคืนหยิบมาหนุนเป็นหมอน)
--------------
กลองเดินมาถึงหน้าห้องเรียนแล้ว...
กลองรู้สึก..ตื่นเต้นมาก เพราะไม่รู้จะเจอนักเรียนพรรค์ไหน?
ปัง!!...
ผมเสียงเปิดประตู
ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผม...
มีเสียงพูดคุยเบากันเป็นกลุ่มๆ กระจายไปทั่วห้อง
"ตาตี่จัง นี่เหรอครู ชั้นเจอเขาตอนเช้าด้วยล่ะ"
กลองหยิบชอล์กแล้วเขียนชื่อบนกระดานดำ
"นพกร รัศมิ์อรุณ"
"หรือจะเรียกสั้นๆว่า ครูกลอง ก็ได้นะครับ ผมมาสอน วิชาสังคม ม.5"
"เอาล่ะมีใครมีคำถามอะไรบางไหมครับ"
กลองพูดพลางกวาดสายตาไปทั่วห้อง
.....
...
เงียบ
"ไม่มีเลยเหรอ ? งั้นผมจะถามเองล่ะกัน ไอ้หนุ่มตรงนั้นน่ะ..."
กลองชี้ไปที่หนุ่มที่แต่งตัวแบบแหกคอกที่สุด...
"ครับ..มีไรครับ"
เขามองด้วยสายตามีเล่ห์นัย
"เธอชื่ออะไร?"
กลองถาม
"ปรเมศ ภูเตศวร เรียกว่า ภู ก็ได้ครับ"
ภูตอบ
"ไอ้หนุ่มอย่างนายน่ะ น่าจะอ่านการ์ตูนนะ รู้จัก รีบอร์นมั้ย?"
กลองถาม
แววตาของ ภู เริ่มสนใจ
"ครับ ผมอ่านสนุกดีเหมือนกัน...."
ภู ตอบ
..อา...พวกเดียวกันนี่หว่า...
กลองคิดและยิ้มเล็กๆ
"เอ้า งั้นในห้องนี้มีใครสนใจเรื่อง การ์ตูนอีก?"
หลายคนในห้องยกมือ
กลองก็เริ่มเข้าเรื่องเลย
"งั้นใครรู้..บ้างว่า การ์ตูนญี่ปุ่นที่เราอ่านมาจากไหน?"
(ดัน..พูดคำตอบไปโดยไม่รู้ตัว..- -"ใช้ไม่ได้เลยไอ้ลูกคนนี้)
"อ่าว...ก็ญี่ปุ่นไงครับ"
ภูตอบ
"ไอ้หนุ่มนายนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆนะเนี่ย"
กลองพูดอย่างชื่นชม
"ระ..เหรอ ครับ"
ภู ตอบรับด้วยอาการมึนพอๆ กับคนสอน
---------
"แล้วนักเรียนรู้ไหมว่าญี่ปุ่นมีอยู่สี่เกาะหลักคือ ฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู ชิโกกุ"
"เฮ้...ไอ้หนุ่มที่นั่งเหม่ออยู่นั้นนะใคร? "
กลองถาม
"ผะ..ผมเหรอครับ "
เค้าตอบด้วยน้ำเสียง เหมือนกัดฟันพูด
"ใช่..ไอ้หนุ่ม บรูซ ลี นั้นน่ะ นายเลยไม่มีเหมือนใครหรอก "
กลองพูดตามลักษณะหน้าเขา
"รักษ์ เสถียรลีลาลาศ ฟาน ครับ "
ฟานตอบ
"โอเค...พ่อหนุ่ม บรูซ ลี ไหนลองบอกสิ ว่า ญี่ปุ่น มีอยู่กี่เกาะหลัก? "
กลองถาม
"สี่เกาะ ครับ"
ฟานตอบอย่างเหนื่อยๆ
"อา..ดีมาก..ขนาดเกิดที่จีนแผ่นดินใหญ่ยังรู้เลย "
ผมพูดออกไปโดยที่คิดว่าเขาเป็น บรูซ ลี จริงๆ
"ขะ..ขอบคุณ ครับ "
ฟาน พูดด้วยอาการเขิน
"งั้นเรามาต่อกันเลย.... "
"ญี่ปุ่นแบ่งเขตการปกครองเป็น 8 ภาค 47 จังหวัด"
แปด ภูมิภาคมีชื่อคือ
1. ฮอกไกโด
2. โทโฮะกุ
3. คันโต
4. จูบุ
5. คันไซ
6. จูโงะกุ
7. ชิโกะกุ
8. คิวชู และ โอกินะวะ
(โอกินะวะอยู่ทางใต้สุดในแผนที่เขาตัดมาจึงรวมกันเป็นภูมภาคเดียวกัน)
กลองวาดขึ้นมาบนกระดานอย่างร่างๆ (เอารูปมาจากวิกิพีเดียครับ ละเอียดดีครับ)
"ตำแหน่งที่ตั้งของสี่เกาะ ล้อมรอบด้วยทะเลทั้งสิ้น 5 ทะเล คือ"
1. ทะเลโอค็อตสก์ ทางตอนเหนือ
2. ทะเลญี่ปุ่น ทางตะวันตก
3. ทะเลจีนตะวันออก ทางตะวันตกเฉียงใต้
4. ทะเลฟิลิปปินส์ ทางตอนใต้
5. มหาสุทรแปซิฟิก ทางตะวันออก
"นอกจากนี้แล้วญี่ปุ่นยังยากต่อการเพาะปลูก และอยู่อาศัยอีกด้วย เพราะร้อยละ 70 ของประเทศเป็นภูเขา เป็นเหตุที่ทำให้เมืองส่วนใหญ่มีประชากรหนาแน่น"
"โดยเฉลี่ยแล้วมีใต้ฝุ่นพัดเข้าใกล้หมู่เกาะญี่ปุ่นปีละ 11 ลูก และมีแผ่นดินไหวรุนแรงอยู่บ่อย ด้วยเหตุที่เป็นที่ตั้งอยู่ในบริเวณ วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเป็นรอยต่อ หรือ ช่องว่าง ของเปลือกโลก 3 แผ่น"
กลองอธิบาย
-------------
"แฮ่กๆ.."
กลองหอบ เพราะพูดเร็วเกิน
"อืม..ไอ้หนุ่ม บรูซ ลี ไหนตอบอีกสิ? ว่า ญี่ปุ่นโดดเด่นเรื่องอะไร?"
กลองพยายามพักเหนื่อย โดยที่ให้ฟานตอบคำถาม
"อุสาหกรรม...ครับ"
ฟานตอบแบบไม่ลังเลใจ
เพราะเขาได้ดูสารคดีเกี่ยวกับญี่ปุ่นหลายเรื่อง
"งั้นมาต่อกันเลยครับ..."
"ญี่ปุ่นถือเป็นชาติชั้นนำทางด้านอุตสาหกรรมของเอเชีย มีเมืองหลวงเก่าชื่อ เกียวโต แล้วหลังจากนั้นก็ย้ายมาเป็นที่ เมืองเอะโดะ หรือเมืองโตเกียว ในสมัยเอะโดะ...เข้าใจ๊!! "
กลองพูดอย่างเร็ว
---------
"ครู ค่ะ สมัยเอะโดะคือช่วงไหนเหรอ ค่ะ? "
มีเสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น
"แล้วหนูล่ะชื่ออะไร? "
กลองถามกลับ
"ภัสษประภา ประสานคุณ" ขนุน ค่ะ
ขนุนตอบ
"แหมๆ...ชื่อน่ากินดีนะครับ สงสัยตอนเด็กตัวอ้วนเป็นขนุน ล่ะสิท่า..ฮาๆ "
กลองล้อชื่อ เธอ
"เปล่าค่ะ "
ขนุนแก้ด้วยหน้าที่แดงก่ำ
"เหรอครับ ฮาๆ เอะโดะอยู่ในช่วง พ.ศ.2143-พ.ศ.2410เป็นยุดที่ ปกครองโดยโชกุนตระกูลโตกุกาวะ ช่วงยุคนี้เกิด ปัญหาขึ้นมากมายทั้งในและนอกประเทศ เมื่อจบยุคเอะโดะ ในปี พ.ศ.2410 เมืองเอะโดะ จึงถูกเป็นชื่อเป็นโตเกียว ในสมัยถัดมา นั้นคือ สมัยเมจิ...ครับ "
กลองอธิบายอย่างเร็วๆ
"แล้วสมัยเมจิเป็นไงต่อเหรอ คะ? "
ขนุน ถามกลองต่อ
---------
"ถ้าให้ผมอธิบายหมดทุกยุคเราคงต้องเรียนกันทั้งวัน อ่ะนะ ครับ เอาเป็นว่าตอนนี้ญี่ปุ่น อยู่ในยุคเฮเซ ซึ่งแปลว่า "สงบสุขทุกสารทิศ" ครับ "
กลองบ่นพร้อมกับอธิบายต่อ
"เท่านี้ก็คงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าผมจะสอนเรื่องอะไร? "
กลองถาม
"ประวัติศาสตร์ ใช่ไหม คะ?"
นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้น
ผมก้มลงมองรายชื่อ
"เหมือนฝัน ปัณฑารีย์" อืม..ชื่อแปลกดีจัง
กลองคิด
"ก็..ไม่เชิงนะครับ อันที่จริง สังคม ม.5 ผมต้องสอน ภูมิศาสตร์ กับ เศรษฐศาสตร์ แต่ผมอยากสอน
ประวัติศาสตร์ มากกว่าเศรษฐศาสตร์ ซะอีก เอาล่ะ...สรุปคาบนี้เราก็เกริ่นด้วย ภูมิศาสตร์ ไปก่อนสักเล็กน้อย นะครับ "
กลองสรุป
--------
"คราวหน้าเราจะเรียนอะไรดีนะ? "
กลองถาม ก่อนที่จะก้มลงไปมองกระดาษอีกครั้ง
"เอ้า "รวิระ วิญญรักษา" ช่วยตอบครูหน่อย "
กลองสุ่มนักเรียนมาหนึ่งคน
"ผมอยากเรียน เศรษฐศาสตร์ ครับ "
ธูปตอบ
"ทำไมล่ะ เศรษฐศาสตร์ น่าเบื่อนะ "
กลองพยายามจะเปลี่ยนใจเขา
(ตัวกลองเองก็ไม่ค่อยชอบ เศรษศาสตร์ เพราะข้อมูลมักจะมีการเปลี่ยนบ่อย)
"เพราะผมไม่อยากทำอะไรแล้วขาดทุน ครับ "
ธูปตอบอย่างหนักแน่น
มีเหตุผลดีนี่หว่า...
กลองคิด
"งั้นคราวหน้าเรียน เศรษฐศาสตร์นะทุกคน~ "
กลองเถียงไม่ออก
เหงื่อเริ่มไหลที่หน้าของกลอง เพราะใกล้พักเที่ยงแล้ว
กลองยกมือขวาขึ้นปาดเหงื่อ
นักเรียนเริ่มอมยิ้มและขำเบาเมื่อมองกลอง
"งั้นครูไปล่ะนะ "
กลองพูดอย่างไม่สนใจเสียงหัวเราะ
"อา...จบซะทีสอนเด็กนี่มันเหนื่อยจริงๆ "
กลองบ่นกับตัวเองแล้วก็ยืนงีบอยู่ข้างประตูห้องเรียน
-----------------------------------
Part B ภาค 2 เยี่ยมห้องพักครู
โอยยย...เราหลับไปตั้งแต่เมื่อไร?
กลองพูดพลางยกนาฬิกาข้อมือที่อยู่มือซ้ายขึ้นมาดู
....~14 นาฬิกา~...
"อ่าว...พักแล้วนี? "
กลองพูดพร้อมกับคิดว่าจะเดินไปที่ห้องพักครู
"อืม...แล้วไอ้ห้องพักครูมันอยู่ไหนน่ะ? "
กลองถามตัวเอง
ทันใดนั้น
มีชายร่างสูงคนหนึ่งเดินมา
"เฮ้ๆ...ไอ้หนุ่มหยุดก่อนพาครูไปห้องพักครูหน่อยดิ "
กลองพูดออกไปโดยนึกว่าเป็นนักเรียน
"อะ...อะ..เอ่อ "
เค้าพยายามพูด
"เอาน่าๆ...นำไปสิ "
กลองพูดแทรก
"คะ..คะ...คือผมเป็น "
เค้าพยายามอธิบายอะไรบางอย่าง
"เอาเร็วๆ..อย่ามัวอึ่ง..นำไป "
กลองพูดอย่างไม่สนอะไรทั้งสิ้น
เพราะในหัวเขาคิดถึงแต่เรื่องจะได้นอนห้องแอร์
ตึก..ตึก...เขาเดินนำไปที่ห้องพักครู
-----------
...ผ่านไป 5 นาที...
"นี่ครับ...ห้องพักครู "
พอพูดเสร็จเค้าก็เปิดประตู
"อ่าว...สวัสดี ครับครูสายฟ้า!! "
ครูคนหนึ่งพูดขึ้น
"สวัสดีคร้าบบ~ "
ครูสายฟ้าตอบ
"อ่าว...พวกคุณทั้งคู่เป็นครูหรอกเหรอ? คนหนึ่งทำตัวยังกับเด็ก...อีกคนก็แต่งชุดนักเรียน" (- -")
กลองถามอย่างสงสัย
"ครับ คร้าบบ~ "
ทั้งคู่ตอบ
"งั้นก็ขอโทษด้วยนะครับที่แนะนำตัวช้าไปหน่อย ผมชื่อ "นพกร รัศมิ์อรุณ" เรียกว่า กลอง ก็ได้ครับ จะมาสอนวิชาสังคม ม.5 ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ "
กลองแนะนำตัวพลางก้มเล็กน้อย
"ผมชื่อ "จอมฟ้า มาฆะ" เรียก สายฟ้า จะดีกว่านะครับ สอน วิชาฟิสิกส์ ครับ "
สายฟ้าทักทายตอบ
"อา...วิชา ฟิสิกส์ ตอนผมเรียน ผมแทบจะไม่เคยผ่านการสอบเลย อืม..พูดแล้วก็คิดถึงนะครับเนี่ย "
กลองนึกถึงความหลังพลางยิ้มเล็กๆ
"แหม...ทำเป็นคนแก่ไปได้เอาแต่พูดเรื่องความหลัง "
ครูสายฟ้าแซว
"เออ..แล้วนี่คุณอายุเท่าไรเนี่ย? "
ครูอีกคนถาม
"ผมอายุ 23 ครับ แล้วคุณล่ะครับชื่ออะไร "
กลองตอบพร้อมกับถามกลับทันที
"ผมชื่อ "เมษา อนันตเวทย์ แม๊คโดเว็ล" หรือ เล ครับ สอน วิชา สังคม ม.4 ครับ "
ครูเลตอบ
"แล้วคุณ ทำไฮไลผมเป็นสีขาวทำไมล่ะครับ "
ครูเลถามต่อ
"อ้อ..ไม่ได้ไฮไลครับ มันเป็นเองครับ สงสัย ไม่ค่อยได้ซักผม ล่ะมั้งครับ "
(กลองจะพูด คำว่า สระผม เป็น ซักผม ป.ล.ไม่รู้ว่าติดมาจากใคร)
กลองพูดอย่างหน้าตาเฉย
"ระ..เหรอครับ แล้วหน้าไปโดนอะไรมาล่ะครับขาวเชียว "
ครูสายฟ้าถาม
"อะ..อะไรเหรอครับ "
กลองเอามือลูบหน้าแล้วยกขึ้นดู
"อ้อ...สงสัยจะเป็นชอล์กมั้งครับ พอดีในห้องเรียนมันร้อนน่ะครับ หงื่อมันไหล...ผมเลยเอามือเช็ดหน้า น่ะครับ "
กลองตอบด้วยหน้าตาและน้ำเสียงนิ่งๆ
"แล้วไม่เช็ดเหรอครับ "
ครูเลถาม
"ครับๆ เดี๋ยวเช็ดครับ ว่าแต่คุณชอบประวัติศาสตร์ไหมครับครูเล "
กลองเปลี่ยนเรื่อง
"อืม...ก็ชอบครับ "
ครูเล
"จริงเหรอครับ ยุคไหนเหรอครับ ผมชอบยุคกรีก-โรมัน กับยุคมืดครับ "
กลองพูดอย่างสนใจ
"อะ..อะ..เอ่อ..ผม "
ครูเล กำลังจะตอบ
"อา...ง่วงแล้วสิเรา "
กลองพูดขึ้นโดยที่ลืมไปว่าตัวเองได้ถามครูเลไว้
-------------
ปัง!!...
เสียงเปิดประตูดังขึ้น
"อ่าวมาพอดีเลยครูปราชญ์ "
ครูสายฟ้าร้องเรียก
"คะ..ครับมีอะไรครับ"
ครูปราชญ์ตอบรับ
"นี่ครูปราชญ์ ครับ สอนวิชาภาษาไทย"
"สวัสดีครับ..ผมกลองครับ จะมาสอนวิชาสังคม ม.5 ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
กลองแนะนำตัวอีกครั้ง
"โอ้...วิชาภาษาไทยนี่ล่ะครับตัวดีเลย"
"ที่ทำให้เกรดผมตก ผู้คนส่วนใหญ่มักพูดผิดน่ะครับ ว่า ภาษาแม่เรานั้น ง่าย"
"ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า มัน มหาหินเลยล่ะครับ "
กลองบ่น
"ระ..เหรอครับ"
"แล้วหน้าไปโดนอะไรมาเหรอครับ?"
ครูปราชญ์ตอบและถามกลับ
"อ้อ...ชอล์กเขียนกระดานน่ะครับ"
"เดี๋ยวผมก็เช็ดมันเองล่ะครับ"
กลองตอบ
"หาวว...ง่วงจริงๆนะครับเนี่ย"
"มีโต๊ะว่างบางไหมครับ"
กลองหาวแล้วถามหาที่นอน
"ทางโน้นครับ"
ครูสายฟ้าชี้ไปทางโต๊ะที่แอร์ตกพอดี
"ครับ...ขอบคุณครับ"
"งั้นผมขอตัวนะครับ"
กลองพูดแล้วเดินไปที่โต๊ะนั้น
กลองหยิบปากกาขึ้นมาแล้วเขียนว่า
"สวัสดีครับ ผม นพกร รัศมิ์อรุณ เรียกว่า กลอง ก็ได้ ผมจะมาสอนวิชาสังคม ม.5 ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
หลังจากเขียนเสร็จเขาก็เอาสมุดวางทับส่วนบนไม่ให้ปลิวแล้วก็ฟุบลงนอนบนสมุดทันที
ป.ล. เขาหลับไปโดยไม่ได้เช็ดหน้า
The End จบจ้า Fin
-------------------------------------------------
ผู้ปกครอง : เหนื่อยมากๆเลยครับ
ขอหลับเป็นเพื่อนเขาหน่อยล่ะกัน คร่อกฟี้~~